Fake

ตอน 24

คล้ายมีขบวนผึ้งหลวงฝูงมหึมาบินวนเวียนฉวัดเฉวียนในวังวนแห่งความคิด อัญญารัตน์ลืมตาแล้วถึงกับบิดกายด้วยความมึนเมาที่สั่งสมในร่างกาย นึกย้อนเหตุการณ์เมื่อยามค่ำคืนพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ในหัวสมองเสียใหม่ พลันลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ

ตื่นแล้วเหรอครับ ยังปวดหัวอยู่มั้ยครับ... นั่นไงๆ ว่าแล้วเชียว ไม่ทันขาดคำ ไชยยงค์ต้องรีบกุลีกุจอหาผ้าขนหนูยื่นส่งให้อัญญารัตน์เสียวุ่นวาย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีอาการพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียน

มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่คลอเบ้า แต่สิ่งที่อยากขับไล่ให้พ้นจากร่างกายยังคงฝังแน่นในกระแสเลือด อัญญารัตน์ปรือตาสูดลมหายใจเข้าปอดให้เต็มที่ คล้ายใจสั่งได้ ชายหนุ่มรินน้ำแร่บริสุทธิ์ใส่แก้วและยื่นให้หญิงสาว.. ไม่รอช้า เธอดื่มน้ำรวดเดียวคล้ายคนแสนกระหายและยื่นคืนให้กับไชยยงค์ แต่เขากลับรินน้ำให้เธอเพิ่มอีกหนึ่งแก้ว อัญญารัตน์ยิ้มขอบคุณที่มุมปาก ก่อนที่จะค่อยๆ ยกดื่มแก้วนี้อย่างบรรจง การกระทำของไชยยงค์คล้ายจะรู้ใจ แต่หากแท้จริงแล้วกลับละม้ายคล้ายข้าทาสปรนนิบัติมหาจักรพรรดินีเสียมากกว่า...

...บังเกิดแต่ความเงียบสงัด เมื่อต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันเงียบๆ มีแต่เพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของอัญญารัตน์ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการฝืนดื่มเหล้ามากเกินไป ยิ่งเธอพยายามคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วยิ่งมืดมน เธอเผลอใจให้มากับเขาถึงที่นี่ได้อย่างไรกันหนอ หลังจากผับเลิกเมื่อคืนแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น แม้สงสัยแทบขาดใจแต่เธอก็ยังคงความเงียบขรึมและเดาใจยากเหมือนเช่นเคย

ไชยยงค์เห็นดังนั้นจึงค่อยคลายยิ้มออกมาได้ ไม่วายออกปากแซวพร้อมกับยื่นซุปไก่ขวดเล็กให้กับอัญญารัตน์

ค่อยเหมือนคุณอัญหน่อย รู้มั้ยครับ เมื่อคืนคุณพูดไม่หยุดเลย ท่าทางจะเมามากเลยน๊า เอ้า ลองดื่มนี่ดูนะครับ ผมว่ามันช่วยได้ดีทีเดียวล่ะ คล้ายจะไม่ปล่อยให้การเคลื่อนไหวไร้ประโยชน์ เมื่ออัญญารัตย์รับขวดซุปไก่ไปเขาก็หยิบผ้าขนหนูจากมือเธอเพื่อนำไปชุบน้ำเสียใหม่ก่อนที่จะส่งให้หญิงสาวอีกครั้ง

อัญพูดอะไรออกไปบ้างเหรอ อัญญารัตน์ยังไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่าใดนัก แต่ก็สงสัยใคร่รู้อยู่ดีว่าเมื่อยามตนเองเมามายนั้นจะเผลอพูดอะไรออกไป ถ้าไชยยงค์ไม่โกหกเธอคงเรียบเรียงเหตุการณ์เมื่อคืนได้จากคำบอกเล่าของเขา

......ก็พูดว่า........รัก...ผม...ไงครับ ชายหนุ่มแสร้งพูดไปเช่นนั้นหวังจะได้เห็นท่าทีเขินอายจากหญิงสาวบ้าง แต่กลับตรงข้าม เมื่ออัญญารัตน์ถึงกับสำลักน้ำออกมาทีเดียว

เหรอคะ อัญพูดงั้นจริงๆ เหรอ สงสัยจะเมาจริงๆ ด้วยนะคะนั่น แอบถอนหายใจเสียก้อนใหญ่ เมื่อเหตุการณ์ในฝันคืนวันวานคลับคล้ายคลับคลาว่าเมริสาบอกรัก ก็ได้แต่หวังว่าเธอคงไม่เอ่ยพาดพิงถึงสาวน้อยในห้วงฝันให้ใครคนอื่นได้ยินหรอกนะ

อ้าว บอกผมแบบนั้นจริงๆ นะครับ งั้นแสดงว่าผมคิดไปเองคนเดียวงั้นสิ ไชยยงค์ยังคงแกล้งอยู่เช่นนั้น หรือหากแต่การเสแสร้งแกล้งโง่ที่ทำไปก็เพียงเพื่อลบเลือนความเป็นจริงหรือเปล่า.....เมย์...ธัญ..... สองคนนั่นคือใคร แล้วทำไมคนที่อัญญารัตน์ฝันถึงจึงไม่ใช่เขา...

คิดไปเองรึเปล่า นั่นน่ะสิคะ ดูเหมือนอัญญารัตน์จะกล้าต่อปากต่อคำกับเขามากขึ้น ไม่ได้นึกกลัวเลยว่าการอยู่ในห้องสองต่อสองกับผู้ชายโดยทั่วไปแล้วมันทำให้สถานการณ์ของเธอเป็นรอง อย่างน้อยก็บรรยากาศคุกคามทางเพศเช่นใดเช่นนั้น แต่หญิงสาวกลับรู้สึกสบายใจและไม่ค่อยนึกกลัวเหตุการณ์ดังว่าเสียเท่าไหร่เมื่อเธอค่อนข้างจะไว้ใจผู้ชายตรงหน้านี้อย่างไม่น่าเชื่อ

ไชยยงค์อมยิ้มเมื่อได้ตอบโต้คำพูดกับอัญญารัตน์ เขานึกครึ้มอยากลองใกล้ชิดเธอที่มีสติครบถ้วนดูเสียที จะลองเสี่ยงดูจะเป็นไรไหม หากเขานึกไซร้อยากเข้าใกล้จริงจัง

ผมไม่ได้คิดไปเองนะครับ เมื่อคืนคุณยังให้ผมกอดเลย พูดพลางเดินเข้าใกล้เหมือนเจ้าป่าที่หยั่งเชิงเหยื่อ เมื่อเห็นอัญญารัตน์ได้แต่ทำท่าฉงนเงียบ จึงถือโอกาสเข้าใกล้โดยอ้างว่าสาธิต

แบบนี้ไงครับ ว่าแล้วเขาก็กอดอัญญารัตน์อย่างตั้งใจ ไออุ่นจากเรือนกายในอ้อมกอดยิ่งทำให้ชายหนุ่มพร่ำเพ้อ หากเขาได้รักกับอัญญารัตน์ดั่งใจฝัน เขาคงเฝ้าดูแลทะนุถนอมคนรักของเขาดุจของขวัญจากสรวงสวรรค์เลยทีเดียว

และอ้อมกอดของเขานั่นเอง ที่ทำให้อัญญารัตน์ปะติดปะต่อเหตุการณ์เมื่อคืนได้ เธอจำได้แล้วว่าเขาประคองเธอมาที่นี่ เขาดูแล....เช็ดตัว....และโอบกอดเธอไว้ตลอดคืน....ไออุ่นเมื่อคืนที่ทำให้เธอรู้สึกฝันดี...คือเขา!?

หญิงสาวคงปฏิเสธเขาไปแล้วหากความทรงจำในฝันนั้นคนที่กอดเธอไม่ใช่เมริสา!!!

ผมรักคุณนะครับคุณอัญ และคำพูดที่เขารวบรวมความกล้าอันแสนประหม่าเพื่อบอกกับเธอในยามเช้าวันนี้ก็ดูเหมือนจะผ่านออกมาจากปากเขาแล้ว ชัดเจนในสติที่ครบถ้วนทั้งสองฝ่าย

อัญญารัตน์ยังคงนิ่ง เธอหลับตาและปล่อยให้ไชยยงค์บรรจงสัมผัสดอมดมและจูบที่เรือนผมคลอเคลีย เขากอดเธอแน่นขึ้นและเบียดตัวแนบกับเธอด้วยความสิเน่หา เขาเริ่มกดกายเธอลงบนเตียงตัวใหญ่

ไชยยงค์มองหญิงสาวใต้ตัวเขาอย่างนึกรักและพยายามหักห้ามอารมณ์ดิบที่ค่อยๆ บังเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ หลายอย่างในจิตใจที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ว่าเขารู้สึกกับเธอมากมายยิ่งนัก หากครั้งนี้เขาจะสมหวังก็อยากให้นุ่มนวลเต็มไปด้วยความรักและความต้องการที่เขามีต่อเธอเท่านั้น

ผมรักคุณอัญจริงๆ นะครับ เขาค่อยๆ ก้มลงเพื่อประทับริมฝีปากบนหน้าผากของเธอ

อัญญารัตน์ไม่ได้ตอบอะไรออกไปเลย เธอไม่ได้นึกรังเกียจแต่เธอก็ไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนี้ หากจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ต่อไป และถ้ามันจะทำลายกำแพงที่ก่อตัวอยู่ในใจให้พังทลายลงได้ หรือเธอจะลอง..........

หลับตาลงกลับนึกถึงแต่เมริสา สัมผัสนุ่มนิ่มบางเบาที่เคยแตะต้องกลับยิ่งตราตรึงจดจำ รสหวานจากริมฝีปากบางในครานั้นพลันสร้างกำแพงก่อตัวสูงขึ้นไปอีก ความแตกต่างที่ขีดเส้นกั้นความรู้สึกในใจยังแข็งแกร่งยากจะทำลาย

.........ขอเวลาอัญหน่อยได้มั้ยคะ.... อัญญารัตน์เอ่ยออกมาในที่สุด เมื่อไชยยงค์กำลังจะแตะต้องเธอมากไปกว่านี้

ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเว้าวอนคล้ายกับเด็กน้อยที่ถูกห้ามไม่ให้เล่นหุ่นยนต์ตัวโปรด เขาหักห้ามความต้องการจนแทบทนไม่ไหว คล้ายอัญญารัตน์จะเข้าใจ เธอกอดเขาไว้เบาๆ

...ขอโทษนะ แต่ตอนนี้ไม่ได้.... ใช่สิ เมื่อในใจเธอคิดถึงแต่เมริสา เธอทำไม่ได้แน่หากต้องนึกถึงสาวน้อยยามที่อยู่กับไชยยงค์เช่นนี้ สัมผัสแห่งรักมันล้ำลึกยิ่งกว่าจินตนาการ เหตุผลข้อนี้เองเธอจึงยอมปล่อยกายง่ายๆ เพียงเพื่ออยากลองวัดใจคงไม่ได้

.....ผมขอโทษนะครับ.... ไชยยงค์ซุกหน้าอยู่กับซอกคอเธออย่างแสนปวดร้าว คำถามต่างๆ นานาผุดขึ้นมาในใจเหมือนกระแสน้ำที่หลั่งไหลทลายเขื่อนกั้น

...ขอโทษทำไมคะ... อัญต่างหากที่ต้องขอโทษ.... ความเสียใจของไชยยงค์กระแทกความรู้สึกผิดในใจของอัญญารัตน์ให้ตีตื้นขึ้นมา เธอเพิ่งรู้ตัวเองแน่ชัดในวันนี้ว่าเธอคงรักเมริสาเข้าอย่างจริงจัง ทั้งที่พยายามจะมีใครเพื่อทดแทนความรู้สึกหรือลืมเมริสาให้ได้ กลับยิ่งตอกย้ำ!!!

...ถ้าคุณอัญไม่คิดรักผม อย่าให้ความหวังผมเลยนะครับ เขาฝืนกายไม่ให้สั่นไหว แต่ความรู้สึกและสัมผัสยิ่งทำให้เขาต้องการจะได้รักผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเหลือเกิน เหตุใดกัน เขามีอะไรไม่ดีตรงไหน ทั้งที่ผู้หญิงที่เขาเคยรู้จักมักจะยอมพลีกายและใจเพื่อหวังให้เขารักพวกเธอ แต่ทำไมกับคนที่เขารักกลับไม่ได้ความรู้สึกเช่นนั้น!!!

...ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ.... ในตอนนี้อัญญารัตน์จะพูดอย่างไรดี จะว่าเสียดายหากเขาจะถอดใจ หรือเสียใจหากต้องไม่มีเขา หรือเพียงแค่เหงาและต้องการคนฆ่าเวลา

ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ อัญญารัตน์รู้สึกดีกับเขา และนี่เป็นครั้งแรกที่เพศตรงข้ามได้สัมผัสเธอขนาดนี้ แม้จะไม่รู้สึกดีเท่าคราวเมริสา แล้วอะไรจะดลใจให้เธอตอบเขาไปโดยไม่ได้คิด

....ถ้าสักวัน...ตอนนั้น...คุณยังอยู่กับอัญแบบนี้... .ถ้าอัญมีเวลามากกว่านี้....อัญอาจจะ...เอ่อ..ไม่รู้สิคะไชยยงค์ แต่ขอเวลาอัญได้มั้ย... เธอตอบออกไปแบบจับใจความไม่ได้หากแต่เธอกระชับแขนกอดเขาตอบ คล้ายกับว่าใจเธอก็มีเขาอยู่ลึกๆ แต่ไม่ชัดเจนก็ตาม

หากให้เวลาเธอพิสูจน์ตัวเอง หากมีเวลาอีกนิด เธอคงรู้ว่าควรเลือกเดินทางไหน

....ผมจะรอครับ..... ไชยยงค์กอดเธอแน่นกว่าเดิม แม้ความฝันจะมืดมิด แต่ระยะห่างของการเอื้อมมือคว้าก็ไม่ได้ริบหรี่ หากไม่กล้าฝันก็คงไม่สมหวัง และสำหรับความรักในครั้งนี้ เขาจะรอแม้ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรอใคร....

.....และแม้เขาจะสงสัย ว่าใครคือเมย์และธัญ แต่เขาก็ไม่อยากถามอะไรเพราะในตอนนี้เขาแค่อยากปล่อยใจนอนกอดกับอัญญารัตน์เงียบๆ ให้นานเท่านาน.............

อัญญารัตน์ที่เพิ่งอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จค่อยๆ หย่อนตัวลงนอนอีกฟากของเตียงตัวใหญ่ อีกฝ่ายดูเหมือนจะหลับสนิท หญิงสาวมองดูแฝดน้องที่นอนตะแคงหันหลังให้แล้วแอบถอนหายใจ เหตุใดพักนี้ดูเหมือนจะมองหน้ากันไม่ติด หรือเพราะเรื่องราวมันชวนให้ฝันร้ายอยู่ในความคิด ทำให้หวาดระแวงกันไป

นึกใจหายอีกครั้ง หากจะลองคิดๆ ดู ตั้งแต่ธัญญารัตน์ชักชวนเมริสาเข้ามาทำความรู้จัก ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกของเธอก็พลันแปรเปลี่ยนไปหมด จากคนที่เอาแต่เรียนไม่คบหาสังสรรค์กับใครกลับเริ่มมีความรู้สึก...ใจเต้นไม่เป็นจังหวะอย่างทรมานแต่แสนสุขใจเมื่อเมริสาแวะเวียนมาหา.....

หรือสายตาและความรู้สึกจะสื่อถึงกัน แม้เธอไม่ตั้งใจจะรู้สึกใดๆ กับเมริสาแต่กระนั้นก็ไม่ผิดอะไรหากนั่นจะทำให้ธัญญารัตน์หึงหวง.....

ไปไหนมาเหรอ หายไปตั้งเกือบสองวัน เกือบไปแจ้งความคนหายแล้วเชียว จู่ๆ ธัญญารัตน์ก็เอ่ยถามออกมากลางความคิดมืดมนของแฝดคนพี่ แท้จริงแล้วธัญญารัตน์ก็อดห่วงอัญญารัตน์ไม่ได้ ตั้งแต่เหตุการณ์วันก่อน แฝดพี่มีท่าทีไม่พอใจอะไรสักอย่าง แม้แฝดคนน้องไม่อยากคิดในแง่ร้ายใดๆ แต่ก็อดหวาดระแวงไม่ได้เช่นกัน เรื่องความรักและหัวใจมันไม่เข้าใครออกใครเลยจริงๆ

...เป็นห่วงด้วยเหรอ.... อัญญารัตน์ถามกลับไม่ตรงกับใจ แม้จริงๆ แล้วเธอดีใจเสียด้วยซ้ำที่แฝดน้องถามข่าวคราวเชิงเป็นห่วงเป็นใยได้ขนาดนี้

ก็หายไปนานผิดปกติ...ทำไมล่ะ เป็นห่วงไม่ได้เหรอไงเล่า ธัญญารัตน์ทำเสียงดังแก้เขิน

ก็ไม่เคยนึกว่าจะเป็นห่วงนี่นา เห็นแต่ห่วงตัวเองทุกที.... อัญญารัตน์พูดเองก็แปลกใจตัวเอง นี่เธอปากคอเราะร้ายได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือแท้จริงแล้วมันคือความรู้สึกในใจที่เธอกล้าพูดมันออกมา!!!

..................... แฝดผู้น้องถึงกับนิ่งเงียบไปทีเดียว ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเลยสักครั้งที่แฝดพี่จะพูดจาทำนองประชดประชันเธอเช่นนี้ แม้ความเป็นจริงเธอจะรู้ตัวดีว่าเธอไม่ค่อยจะเป็นห่วงแฝดคนพี่สักเท่าไหร่...

...... พูดเล่นน่ะ....... เมื่อเห็นน้องสาวของตนเงียบลงไปถึงได้ตระหนักดีว่าเธอเองคงพูดแรงเกินไป....อย่างนั้นหรือ ไม่หรอก เธอก็แค่พูดความจริงที่ไม่เคยคิดจะพูดก็เท่านั้น

...อัญทำให้ธัญมาโดยตลอด...........จริงๆ แล้ว.....ต่อไปนี้...อะไรที่อัญคิดว่าธัญจะทำให้ได้ก็บอกธัญบ้างนะ....... แม้จะตะกุกตะกักเหมือนคนหัดพูด แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าประโยคเหล่านั้นจะออกมาจากปากธัญญารัตน์ แฝดคนพี่ถึงกับยิ้มออกมาเบาๆ

...แหม....พูดอะไรติงต๊อง เมารึเปล่าเนี่ย นอนเถอะนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานสายนะจะบอกให้ แม้ใจจริงอัญญารัตน์แสนจะดีใจเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ถึงแม้แฝดน้องจะทำให้เธอได้หรือไม่ก็ตามแต่ เธอก็ไม่คิดหวังอะไรอยู่แล้ว แล้วเธอหวังจะได้รับอะไรจากธัญญารัตน์เล่าหรือ มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก..

นอนดีกว่าเนาะ คิดถึงเตียงนอนจัง อัญญารัตน์พูดอย่างยินดี ไม่ทันไรเธอเองก็หลับไวเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เธอจะนิทราก่อนแฝดน้อง

ธัญญารัตน์ยกแขนขึ้นก่ายหน้าผากไว้ข้างหนึ่ง นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลายครั้งที่เธอระแวงหึงหวงเมริสาจนออกอาการกับอัญญารัตน์ ยิ่งนึกถึงสีหน้าและน้ำเสียงของแฝดพี่เมื่อสองวันก่อน เธอเองก็รู้สึกผิดว่าเธอทำอย่างนั้นออกไปได้อย่างไรกัน.

อ้าว

เมื่อสองสาวต่างอุทานมาด้วยคำคล้ายกัน อัญญารัตน์ซึ่งสวมเสื้อกล้ามสีดำและกางเกงผ้ายืดขาสั้น ผมยาวเคลียบ่าถูกเกล้าไว้อย่างลวกๆ มือซ้ายถือไม้กวาด มือขวาถือถังผงก็ดูทะมัดทะแมงในคราบแม่บ้านดียิ่งนัก

เอ่อ ....คุณอัญ...ทำห้องเหรอคะ.... เมริสาเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว

.........ค่ะ มาค่ะ เข้ามาก่อน เจ้าธัญไม่อยู่ รู้แล้วใช่มั้ยคะ อัญญารัตน์ถามไปเช่นนั้น เพราะคล้ายว่าเมริสาจะรู้ว่าเธอคือแฝดคนพี่ ไม่ใช่แฝดน้องอย่างที่เคยเข้าใจผิด

ค่า พอดีนัดกับธัญไว้ว่าจะเข้ามากินอะไรกัน แต่ธัญเค้าติดงานด่วนน่ะค่ะ ธัญเค้าบอกว่าคุณอัญอยู่ ให้แวะมานอนเล่นก่อนก็ได้...

อ้อ งั้นเดี๋ยวอัญขอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนแป๊ปนะคะ รอแป๊ปนึง อัญญารัตน์พาซื่อเข้าใจว่าสาวน้อยง่วงนอนจริงๆ เสียอย่างนั้น กุลีกุจอจะรีบไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนลายการ์ตูนสุดแสนน่ารัก แต่เมริสาก็รั้งข้อมือเธอไว้เสียก่อน

ไม่ใช่ค่ะ คุณอัญ ไม่ได้หมายถึงนอนแบบนั้น... มาค่ะ กว่าธัญจะกลับคงอีกนานเลย ช่วยคุณอัญเก็บบ้านดีกว่า เมริสาพูดพลางรวบผมแล้วใช้ปากกาด้ามประจำที่เหน็บติดกระเป๋าไว้ขึ้นปักผมอย่างเก๋ไก๋

......ระวังตัวเลอะนะคะ..... อัญญารัตน์เองก็ถามไปเช่นนั้น แต่กลับยื่นไม้กวาดส่งให้เมริสา นั่นไง ไปกวาดใต้เตียงสิคะ ผมเจ้าธัญร่วงเกลื่อนเลย.....

เสมือนครอบครัวเล็กๆ ที่อัญญารัตน์ไม่นึกว่าจะได้กระทำร่วมกันกับใครอื่นนอกจากแฝดน้อง เมริสาเองที่กระตือรือร้นขยันขันแข็ง ช่วยงานบ้านอย่างไม่รู้เหนื่อยและเต็มใจเสียด้วยซ้ำ จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะแค่ปัดกวาดเช็ดถู ก็กลับรื้อนั่นรื้อนี่มาเช็ดเสียมากมาย

บอกตามตรงนะคะ ต่อให้รู้ว่าเป็นฝาแฝดกัน แต่ถ้าเจอกันโดยที่ไม่บอกก่อนก็เข้าใจผิดได้ง่ายๆ นะคะ เมริสานั่งเปิดอัลบั้มรูปสองสาวฝาแฝดที่บังเอิญเปิดตู้เพื่อทำความสะอาดแล้วเจอะเจออัลบั้มนี้โดยบังเอิญ

......ไม่ดีหรอกค่ะ โดนเข้าใจผิดบ่อยๆ... อัญญารัตน์เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อย ใจจริงอยากให้เมริสาอาบน้ำชำระร่างกายอีกคนแต่สาวน้อยปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีเสื้อผ้าใส่เสียเช่นนั้น

เมย์ว่าน่ารักดีออกนะคะ ฝาแฝดสลับตัวกันเหมือนการ์ตูนเลยค่ะ ถ้าเมย์มีฝาแฝด เมย์จะแกล้งสลับตัวกับอีกคนไปแกล้งแฟนของอีกคนนึง...ท่าทางจะสนุกดีพิลึกนะคะ.... สาวน้อยพูดไปขำไป ก็น่าลองดูนะ คงเหมือนในหนังสือการ์ตูนที่เป็นคู่แฝดสลับตัวทำรักให้วุ่นวายสนุกพิลึกเลยแหละ

......ก็อาจจะสนุกนะคะ....... อัญญารัตน์คิดในใจ สำหรับเธอแล้วการสลับตัวแบบเข้าใจผิดมันน่าสนุกตรงไหนหรือ

คุณอัญเคยเล่นสลับตัวกับธัญมั้ยคะ แบบว่าไปหลอกเพื่อนๆ หรือหลอกแฟนเก่าๆ ของธัญเค้า ประมาณนั้นน่ะค่ะ เมริสาเปิดดูอัลบั้มรูปไปเรื่อยเปื่อยพร้อมถามลอยๆ แบบไม่คิดอะไร

........... อัญญารัตน์หน้าเจื่อนไปเสี้ยวหนึ่งเมื่อความจริงที่ซุกซ่อนอยู่มีเพียงเมริสาเท่านั้นที่ไม่เคยรู้

เคยหลอกแน่ๆ เลย แล้วก็แอบไปขำกันเองใช่มั้ยคะ เมริสาคิดเองเออเองเสียเสร็จสรรพโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเลย

............คุณเมย์....ชอบธัญ....ตรงไหนคะ ทำไม...ไม่ชอบผู้ชาย.....น่ารักอย่างคุณเมย์น่าจะมีผู้ชายมาชอบเยอะนะคะ แล้วทำไม....ถึงมาคบธัญ... ไม่รู้ว่าอะไรจะดลใจให้อัญญารัตน์เกิดใคร่รู้ถึงเหตุผลในความรักนั้น ในคำถามช่างเต็มไปด้วยเหตุผลลึกในจิตใจ เธอหวังจะได้รับคำตอบเช่นใดกันนะ

..อ๊ะอ๊ะ ธัญให้คุณอัญมาหลอกถามแหงๆ เลย มิน่า ไล่ให้เมย์มารอที่ห้องก่อน... เมริสาแสร้งได้สมบทบาทเมื่อเธอเองก็เขินที่จะตอบคำถาม เรื่องอย่างนี้ใครเขาบอกกันเล่า

....อ้าว รู้ทันแบบนี้แย่เลย เนี่ย เจ้าธัญว่าถ้าถามได้จะเลี้ยงข้าวนะคะ อัญญารัตน์เองที่เหมือนจะมีคำพูดคำจาไว้ต่อปากต่อคำกับเมริสาบ้าง เล่นเอาสาวน้อยหัวเราะคิก ก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งเมื่อนึกถึงคำถามเมื่อครู่

.....ธัญเค้าน่ะ......ทะเล้นทะลึ่ง แต่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสนุกสนาน........บางทีเมย์เครียดจากงานหรืออะไร ต่อให้ธัญเองจะเครียดหรือเหนื่อย แต่เค้าก็ทำให้เมย์ยิ้มได้เสมอนะคะ...... คุณอัญรู้มั้ย..... ธัญน่ะ เค้าเหมือนด้านแห่งความสดใส ร่าเริง.......แม้บางครั้งจะขี้หึงเหมือนเด็กๆ หรือชอบน้อยใจบ่อยๆ.....................จนบางครั้ง......ที่เมย์เผลอคิดไปว่าธัญเค้าจะเอาจริงเอาจังหรือจะปกป้องเมย์ได้มั้ย เพราะอย่างน้อย เราก็ผู้หญิงทั้งคู่นี่คะ เมย์เองก็ไม่เคยเชื่อว่าเราจะรักกันได้ แต่ธัญก็ทำให้เมย์มั่นใจ..... เมริสาเล่าถึงตรงนี้แล้วก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหตุการณ์ในความทรงจำมันอาจเป็นเรื่องน่าละอายแต่ก็แฝงความน่ายกย่องในการกระทำของอีกฝ่ายยิ่งนัก

เมย์ไม่รู้จะเล่าเรื่องนี้ให้คุณอัญฟังดีมั้ย แต่คงไม่เป็นไรมั้งคะ คือเมย์ตกหลุมรักธัญเค้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ก็ตอนที่เค้าไปช่วยเมย์ไว้ในผับน่ะค่ะ

...อะไรนะคะ...??? อัญญารัตน์ที่ตั้งใจฟังถึงกับเอ่ยถามออกมาอย่างตกใจ เมื่อเหตุการณ์ที่ว่ามันช่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน

วันนั้น... เมย์มีงานเลี้ยงกับซัพพลายเออร์น่ะค่ะ หัวหน้าของเมย์เห็นว่าวิศวะของฝ่ายนั้นยังวัยรุ่นๆ อยู่เลยให้ชวนพวกเค้ามาฉลองกันที่นี่ พวกเค้าก็แลดีใจและอยากมาเที่ยวราตรีต่างจังหวัดอยู่แล้ว........คุณอัญ... อย่าเล่าให้ธัญฟังนะ... คือจริงๆ แล้วซัพพลายเออร์คนนั้นเค้าออกทอมๆ หน่อยน่ะค่ะ เมย์ก็รู้แล้วล่ะว่าเค้ามองเมย์แบบแปลกๆ แต่ไม่อยากคิดอะไรมาก ธัญเค้าก็เตือนบ่อยๆ ว่าระวังอย่าเล่นด้วยมากเกินไปเพราะอีกฝ่ายเค้าอาจจะไม่ได้คิดเล่นๆ เหมือนที่เราคิด จนวันที่เที่ยวกันนั่นแหละค่ะ.............

เมริสานิ่งเงียบไปอีกนาน ดวงตาเป็นประกายรื้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ภาพที่ธัญญารัตน์ปรากฎตัวหน้าประตูห้องน้ำ และฉัตรวีที่โผเข้าหาแต่ธัญญารัตน์ขืนตัวกันไว้ก่อนจึงทำให้วิศวกรคนนั้นโมโหจัด

เค้าคนนั้น เค้า...กะจะมอมเหล้าเมย์แต่เค้าเมาเอง ทีนี้... เมย์ไปส่งเค้าที่ห้องน้ำ แต่เค้า...เค้ากลับฉุดเมย์เข้าห้องน้ำ.... เมย์พยายามขัดขืนเค้าแล้ว.... แต่....คุณอัญรู้มั้ยคะ........ถ้าธัญไม่มาตอนนั้นเมย์คงแย่...

อัญญารัตน์ที่ตั้งใจฟังอย่างนิ่งเงียบ นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เธอเจ็บตัวคราวนั้น สีหน้าของเมริสาที่ออกมาจากห้องน้ำในตอนนั้นมันทำให้เธอรู้สึกเจ็บเพียงไร ........เจ็บ.......... เจ็บใจยิ่งกว่าถูกทำร้ายเสียอีก

ตอนนั้นแหละค่ะ ตั้งแต่วินาทีนั้นเองที่เมย์ไม่คิดจะเก็บคำว่ารักเอาไว้อีกแล้ว คุณอัญเชื่อมั้ยคะว่าผู้หญิงกับผู้หญิงก็รักกันและปกป้องกันได้ เหมือนที่ธัญเค้าปกป้องเมย์ไงคะ ..........เมย์ว่า....ความรักไม่จำเป็นว่าชายจะต้องคู่กับหญิงเสมอไปหรอกนะคะ

.........ก็ถูกอย่างที่คุณเมย์ว่าน่ะค่ะ........... อัญญารัตน์ตอบเหมือนไร้วิญญาณ

พร้อมกับตอกย้ำตัวเองอีกครั้งว่าควรปล่อยให้เมริสาเข้าใจเช่นนี้ตลอดไปคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

ตอน 23

ดึกดื่นป่านนี้ยังออกไปไหนอีก ธัญญารัตน์ออกจะแปลกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อแฝดพี่ผู้ซึ่งเพิ่งถูกยกย่องว่าเป็นวีรสตรีปราบสัตว์ประหลาด กำลังจะออกไปข้างนอกยามค่ำคืน ที่สำคัญมันผิดนิสัยของอัญญารัตน์เหลือเกิน

...ไปหาอะไรกิน... แฝดพี่ตอบไปอย่างนั้น คำพูดห้วนผิดปกติจนเมริสาเองยังแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นอัญญารัตน์ในอารมณ์นี้มาก่อน

คุณอัญไม่อิ่มเหรอคะ มีผักกับพวกกุ้งอยู่นิดนึง เดี๋ยวเมย์ทำผัดมาม่าให้เอามั้ยคะ เมริสาเอ่ยถามอย่างมีน้ำใจ น่าแปลกมิใช่น้อย เมื่อมื้อค่ำเพิ่งผ่านไปไม่ถึง 30 นาที กระเพาะจะร้องเรียกอีกแล้วหรือ

.......... ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ ตอบเสียงสะบัดไปอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคำพูดที่แว่วลอยมาให้ได้ยินจากหลังประตู ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตนเองเป็นส่วนเกินที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่...

ความรู้สึกที่อยากจะหนีไปให้ไกล .หนีจากความเป็นจริงที่พบเจอ!!

หงุดหงิดอะไรของเค้าเนี่ย ธัญญารัตน์อดไม่ได้ที่จะบ่นไล่ส่งหลังจากแฝดพี่ปิดประตูออกไปแล้ว

เค้าได้ยินที่เราพูดกันรึเปล่าคะ เมื่อกี้น่ะ.... เมริสาใจคอไม่ดีเหมือนกัน รู้สึกใจเต้นประหลาดเมื่อพาลคิดว่าบทสนทนาเมื่อครู่อาจจะลอยไปเข้าหูอัญญารัตน์ เธอออกจะสังเกตความรู้สึกของแฝดผู้พี่อยู่บ่อยๆ บรรยากาศเงียบแบบนี้เธอนึกหวั่นใจลึกๆ ชอบกล

............ก็แล้วไงล่ะ ถึงได้ยินก็ไม่เห็นจะต้องหงุดหงิดเลยนี่นา.... ธัญญารัตน์ตอบเสียงสะบัดพอกันไม่รู้เพราะเหตุใด ยิ่งเห็นท่าทีกระฟัดกระเฟียดของแฝดพี่คล้ายจะยิ่งย้ำเตือนถึงสิ่งที่เธอกำลังหวาดระแวง..............

อีกครั้งที่ไชยยงค์กุลีกุจอปลีกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน เพียงแค่ได้รับสายเรียกเข้าของอัญญารัตน์ในยามค่อนคืนเช่นนี้

ครับ คุณอัญ อยากฟังเพลงเหรอครับ ได้ครับ เดี๋ยวผมไปรับ อีกประมาณชั่วโมงนึงครับ ตอนนี้ผมอยู่เกือบระยอง.................... จะออกมาแล้ว ไม่อยากรอ...................เอาไงล่ะ.........เอางี้ เดี๋ยวผมบอกเด็กให้จัดโต๊ะให้เลย เอามุมๆ ส่วนตัวใช่มั้ยครับ ได้ครับ งั้นคุณอัญเข้าไปรอข้างในก่อนเลยครับ เขาตามใจหญิงสาวทุกเรื่อง เพียงแค่อัญญารัตน์เอ่ยปาก เขาก็พร้อมจะเสกประทานให้เธอเท่าที่เขาจะทำได้ในทันที ที่เพลงเขาร้องว่ายกเว้นดาวและเดือนเพราะมันใช้เงินซื้อหาไม่ได้นี่นา

หลังวางสายจากหญิงที่เขารัก ชายหนุ่มโทรสั่งลูกน้องให้จัดที่นั่งพิเศษอีกเช่นเคย เนื่องจากเวลาค่อนคืนเช่นนี้แล้ว หากคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนหรือมีเส้นสายคงจะหาเก้าอี้นั่งในผับชื่อดังเช่นนี้ได้ค่อนข้างยาก ถึงแม้ว่าจะหาที่นั่งได้จริงๆ ก็คงเป็นที่นั่งติดทางเดิน โดนหลังคนนั้นชน บั้นท้ายคนนี้เฉี่ยว หรือแม้กระทั่งถูกพวกขี้เมาเดินชนอย่างจังเลยก็ว่าได้!

เฮ้ย โทษที กูขอตัวก่อนนะ งวดนี้พวกมึงเลี้ยงกูบ้างละกัน เดี๋ยวงวดหน้าเลี้ยงคืนให้ ไชยยงค์ยกมือขอโทษพวกพ้องของเขา เนื่องจากหลายครั้งแล้วที่เขาขอปลีกตัวออกจากกลุ่ม เพียงแค่อัญญารัตน์เรียกหา

โว้ย ไรวะไอ้ไชยกูอยากเห็นหน้าผู้หญิงของมึงคนนี้จริงๆ ว่ะ! มีดีอะไรนักหนาวะ ถึงเล่นมึงซะอยู่หมัดเนี่ย อดแซวขึ้นไม่ได้ เมื่อผู้ชายที่จะเป็นที่ยอมรับนับถือในหมู่เพื่อนต้องรักเพื่อนมากกว่าแฟนจึงจะเรียกว่าลูกผู้ชายตัวจริง

ก็น่ารักดีล่ะน่ะ เอาน่ะ สักวันจะพามาแนะนำนะ ไชยยงค์กล่าวถึงอัญญารัตน์อย่างภาคภูมิ ใช่สิ ถ้าหญิงสาวรับรักจากเขาเมื่อไหร่ เขาวาดฝันไว้ไกลถึงขั้นแต่งงานเลยทีเดียว

เอ้ย สงสัยมันเอาจริงว่ะ มึงพนันกับกูมะ คนหนึ่งกล่าวขึ้น เมื่อเห็นท่าทีของไชยยงค์ที่แสดงต่อหญิงสาวคนนั้น.... ช่างแปลกไปกว่าที่เคยกระทำต่อผู้หญิงคนอื่นๆ

กูรับพนันด้วย กูว่าไอ้ไชยแม่งเอาจริง อ่ะ กูเล่นหมื่นนึง มึงเอาไง

กูก็ว่ามันเอาจริงนะ

อ้าว มีใครแทงว่าฟันแล้วทิ้งบ้างล่ะวะ ไอ้เวร ไม่มีอีกข้างแล้วจะพนันยังไงเล่า แล้วกลุ่มชายหนุ่มวัยรุ่นมีสตางค์ก็ปรบมือหัวเราะชอบใจกันเสียยกใหญ่

โอ้โห คุณอัญ ทำไมกินไม่รอผมเลยล่ะครับ ชายหนุ่มออกจะแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นวิสกี้ที่เปิดขวดใหม่ หมดไปเกือบครึ่ง!!

มาถึงก็บ่นเลยนะคะ เอ้า ชน! ไม่พูดเปล่า อัญญารัตน์ที่เริ่มมึนแล้วยกแก้วตัวเองขึ้นชนกับแก้วเปล่าๆ ของผู้มาใหม่

............................ ไชยยงค์ได้แต่มองอัญญารัตน์ด้วยความรู้สึกกังวลใจ ครั้งนี้หญิงสาวดูร่าเริงผิดปกติแต่มันผิดวิสัยของอัญญารัตน์

คุณอัญ... ไม่สบายใจอะไรรึเปล่าครับ เขาผสมเครื่องดื่มแล้วจึงยกแก้วชนตอบ ค่อยๆ จิบเบาๆ พยายามเลียบเคียงถามถึงสารทุกข์สุกดิบของเธอ

จะว่าไปแล้ว เรื่องราวของอัญญารัตน์เป็นอย่างไรกันนะ นั่นสินะ ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาเองก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องส่วนตัวจากหญิงสาวเลยแม้แต่ครั้งเดียว

คุณอัญครับ...มีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้ผมฟังได้นะ.... เขาขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งเคียงข้าง เมื่อลองไล่สายตามองสิ่งที่อัญญารัตน์เหม่อลอย ก็พบแต่ความเลื่อนลอยว่างเปล่า

เรื่องราวของอัญมันไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากออกมาดื่มนิดหน่อยไม่ได้เหรอคะ เธอตอบพลางผสมวิสกี้ลงไปในแก้วอีกครั้ง รินโซดาและน้ำเปล่าตามและจบด้วยการใช้นิ้วเรียวยาวคนส่วนผสมให้เข้ากัน....

อ๋อ อยากเจอผมใช่มั้ยล่ะครับ ไชยยงค์ยิ้มกรุ้มกริ่มแอบถามไปเช่นนั้น เพราะเขารู้ว่าอัญญารัตน์ก็คงยิ้มละไมและไม่ตอบเหมือนเช่นเคย

..........ก็คงงั้นมั้ง ก็อัญไม่มีใครนี่ คำตอบของอัญญารัตน์ทำเอาไชยยงค์ถึงกับสำลัก! เขามั่นใจว่าหูเขาไม่ได้เพี้ยนเป็นแน่แท้ แม้เสียงเพลงจะดังสักปานใด แต่เขาก็สามารถแยกโสตประสาทเพื่อรับฟังแต่เสียงของหญิงสาวแต่เพียงผู้เดียว......

ซึ่งเขาไม่โง่ถึงขนาดจะดีใจไปกับคำพูดของหญิงสาว เพราะเขาตระหนักดีว่าคำพูดเมื่อครู่มันไม่ใช่ความจริง

คำตอบแบบนั้น....... ไม่ใช่อัญญารัตน์ที่เขารู้จัก!!

ขวดวิสกี้เปล่า 2 ใบซึ่งเป็นผลงานของเขาและเธอถูกพนักงานเสิร์ฟยกออกไปจากโต๊ะ พร้อมกันนั้นไชยยงค์สั่งผ้าเย็นและน้ำมะนาวสดให้อัญญารัตน์ดื่มแก้มึนเมา

ไหวมั้ยครับ คุณอัญ...เช็ดหน้าเช็ดคอซะหน่อยนะครับ จะได้รู้สึกดีขึ้น ชายหนุ่มยื่นผ้าเย็นให้อัญญารัตน์

........................... หญิงสาวไม่ตอบอะไร เธอค่อยๆ ใช้ผ้าเย็นเช็ดใบหน้าและลูบไล้ไล่ไปถึงต้นคอ ไชยยงค์ที่สังเกตอยู่ใกล้ๆ ถึงกับใจสั่นสะท้าน

คุณอัญ กลับกันดีกว่าครับ เขาแตะไหล่เธอเบาๆ เมื่อวิเคราะห์แล้วว่าอัญญารัตน์เดินไม่ไหวแน่ และครั้งนี้หญิงสาวก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาแต่อย่างใด

นี่คือครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสประคองคนที่เขารัก แต่เขาก็กลับเสียใจเช่นกัน เหตุใดอัญญารัตน์ถึงได้มีท่าทีเศร้าสร้อยขนาดนี้ แล้วตัวเขาเองที่ยืนอยู่ข้างกายจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ใดๆ ในใจของหญิงสาวได้บ้างล่ะหรือ

เมาจริงๆ นะครับเนี่ย จะขับกลับไหวเหรอ อีกครั้งที่เขาต้องป้อนคำถามเดิมๆ เมื่อหญิงสาวตกอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมจะควบคุมยานยนต์ได้ .....โธ่...คุณอัญ ไม่ได้ครับ ขับกลับไม่ไหวหรอก.. มาครับ จอดไว้ที่นี่แหละ เดี๋ยวผมฝากเด็กดูให้ เดี๋ยวคืนนี้ผมไปส่งที่บ้านดีกว่านะครับ เขากลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้นกับเธอ จึงต้องขอร้องแกมบังคับกับเธออยู่นานว่าเขาจะไปส่งเธอเอง

และครั้งนี้อัญญารัตน์ก็ยินยอมในที่สุด จะด้วยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ที่สะสมในกระแสโลหิตมากมาย หรือเพราะมีสิ่งที่กระทบจิตใจมากเกินจนหญิงสาวต้องเป็นเช่นนี้กัน...

บ้านคุณอยู่ไหนล่ะครับ ผมจะไปส่ง... ไชยยงค์เหลือบตามองหญิงสาวที่อยู่ในภวังค์เงียบซึม แต่ดวงตาของอัญญารัตน์ยิ่งฉายแววเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด

....ไม่กลับ อัญไม่กลับ...

....คุณอัญครับ...แต่คุณอัญต้องพักผ่อนนะครับ ร่างกายคุณอัญไม่ไหวแล้ว ไม่กลับบ้านแล้วจะไปไหนครับ ไชยยงค์ถามอย่างเป็นห่วง เขาไม่ได้นึกเป็นอื่นเลยนอกจากว่าเหตุใดคนรักของเขาถึงอยู่ในสภาพเช่นนี้ คนที่ได้แต่เป็นห่วงก็ทุกข์ใจยิ่งกว่าเสียอีก

ที่ไหนก็ได้... ที่ไม่ใช่บ้าน ....อัญไม่..กลับ.. คำตอบของหญิงสาวยิ่งบีบคั้นต่อมเสียใจให้ผลิตน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย และความเสียใจระคนน้อยใจก็พรั่งพรูออกมาโดยปราศจากเสียงสะอื้นไห้ สร้างความสะเทือนใจให้กับไชยยงค์เหลือเกิน

.........คุณอัญ......ถ้างั้น... เอ่อ ไปกับผม ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนละกันนะครับ... ชายหนุ่มแทบขาดใจเมื่อได้เห็นภาพเช่นนั้น อย่างไรเสีย คืนนี้เขาเองก็คงไม่กล้าส่งเธอกลับบ้านทั้งที่เจ้าตัวไม่ยินยอม ซึ่งนั่นคงจะทำให้คนรักของเขาสบายใจขึ้นมาได้บ้างไม่มากก็น้อย.......

...แต่เขาก็คิดหนักทีเดียวว่าจะพาอัญญารัตน์ไปไหนดี...........

ผิดจากไชยยงค์คนเดิมหรือ เฮียไชย เช่นที่พนักงานโรงแรมหรูเหล่านั้นเคยรู้จัก ก่อนนี้ไม่ว่าทุกๆ ครั้งที่ชายหนุ่มหิ้วเด็กสาววัยรุ่นหุ่นชวนฝันเข้าโรงแรมทีไร ไม่วายที่เขาจะคอยยักคิ้วให้เหล่าพนักงานที่ได้แต่อิจฉาในวาสนาของเขา พร้อมกับเศษเงินเป็นแบงค์สีแดงแบ่งปันให้กับเหล่าพนักงานที่เขาเกิดถูกชะตาในช่วงนั้น

ครั้งนี้แววตาและสีหน้าเคร่งเครียดของไชยยงค์ ทำเอาบรรดาเหล่าพนักงานถึงกับแปลกใจ

เฮ้ย น้อง เดี๋ยวช่วยซื้อยาแก้แฮงค์ให้หน่อย แล้วก็อืม... อะไรดี.. เอาแบรนด์..ซุปไก่อ่ะ แล้วก็.. เอ่อ.. แล้วก็จัดชุดคลุมอาบน้ำตัวใหม่แกะกล่องเอามาให้......เอ่อ... ไชยยงค์เอ่ยปากบอกกับพนักงานคนหนึ่งที่ยืนตรงรอรับคำสั่ง ในขณะที่เขาโอบอัญญารัตน์ที่แทบไม่ได้สติและเดินไม่ไหว สะดุดใจกับคำพูดตัวเอง คล้ายจะนึกไม่ออกว่าจะแทนหญิงสาวในอ้อมแขนนี้ว่าอย่างไร

.........ให้ใครครับเฮีย.......... พนักงานหนุ่มน้อยยังถามพาซื่อ นั่นสิ เฮียของเขาจะขอเสื้อคลุมอาบน้ำตัวใหม่แกะกล่องให้ใครเล่า

ให้...ก็ต้องให้แฟนสิ... ไอ้นี่ สู่รู้จริงๆ นะ ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ แต่ก็สุขใจอย่างประหลาด ต่อให้อัญญารัตน์จะยังไม่เคยตอบรับรักเขา แต่เฉพาะคืนนี้ที่เธอไม่มีสติ หากเขาจะสมอ้างไปบ้างก็คงจะไม่น่าเกลียดอะไรกระมัง

ครับๆ เดี๋ยวนี้เลยครับเฮีย หนุ่มน้อยอมยิ้ม สายตาของเฮียที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ ทำให้เขาเดาได้ไม่ยากเลยว่าผู้หญิงคนนี้เฮียคงรักจริง!!

ลิฟต์พาเขาและเธอขึ้นสู่ห้องสูทชั้นบนสุดที่แขกระดับพิเศษหรือผู้ดีมีเงินเท่านั้นถึงจะมีปัญญาจ่ายค่าห้องระดับนี้ได้ และแน่นอนสำหรับไชยยงค์ เขาไม่เคยเปิดห้องหรูหราระดับนี้เพื่อนอนเสพสุขกับผู้หญิงคนไหน

แต่กับอัญญารัตน์......เขาไม่คิดจะฉวยโอกาส และสิ่งที่เขาจะทำให้เธอนั้นต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด...........

ขอบใจ ไปได้แล้ว อ่ะ เอาไปซื้อน้ำกินนะ ไชยยงค์เอ่ยปากกับพนักงานหนุ่มที่ทั้งหาซื้อยาแก้เมาและเดินมาเปิดประตูห้องให้ไชยยงค์อย่างรู้ใจ ไม่วายตบท้ายด้วยแบงค์สีแดงอีกตามเคย

ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่ห้องสูทหรูหรา ทำให้เขารู้สึกขัดเขินอย่างประหลาด ห้องชุดโอ่อ่าระดับนี้เขาเองก็เพิ่งเคยก้าวเท้าเข้ามาเหยียบเป็นครั้งแรกเลยสินะ ยิ่งมีอัญญารัตน์เคียงใกล้เช่นนี้เขาก็อมยิ้มจนหน้าแดงอยู่คนเดียว

เฮ่อ...........คุณอัญครับ เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนครับ เขาพยายามปล่อยให้อัญญารัตน์ลุกไปล้างหน้าล้างตาด้วยตัวเอง เพราะเขาเองกลัวว่าจะเผลอฉวยโอกาสเธอเข้าต่างหาก

................................ แม้ไม่มีสติ แต่ก็พอจะคุมตัวเองให้ไปยืนนิ่งเฉยอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เมื่อเธอพยายามจะก้มตัวปลดปล่อยความทรมานที่ปั่นป่วนอยู่ในท้องไส้ให้ออกมา แต่กระนั้นก็มีเพียงแต่น้ำลายใสที่บดเบียดออกมาพร้อมคราบน้ำตาแห่งความมึนเมา

.....สงสัยไม่เคยเมาล่ะสิครับ คุณอัญครับ พยายามล้วงคอหน่อย.... ไชยยงค์ทั้งสงสารทั้งเห็นใจหญิงสาว เขารู้ว่าคนเมาแล้วไม่ได้อาเจียนเป็นเช่นไร เขาถึงพยายามทำท่าทำทางให้อัญญารัตน์ดูเป็นแบบอย่าง เธอหันมามองเขาเหม่อลอยแล้วจึงค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วล้วงเข้าปากแล้วลองกดดู

........................

อัญญารัตน์พูดอะไรไม่ออก เธอได้แต่ส่ายศีรษะไปมาคล้ายจะพยายามบอกไชยยงค์ว่าเธอทรมานแค่ไหน

..........ขอโทษนะครับ คุณอัญ ล้างหน้าซะหน่อยครับ เขาเปิดน้ำอุ่นและค่อยๆ วักน้ำขึ้นปะพรมตามใบหน้าของอัญญารัตน์ จากนั้นจึงประคองร่างบางของหญิงสาวให้ไปนอนที่เตียงนุ่มตัวใหญ่ แผ่นหลังสัมผัสเตียงได้ไม่ทันไร อัญญารัตน์ก็คล้ายจะนิ่งและหลับไปในทันที

เขามองร่างเล็กของอัญญารัตน์ที่นอนหลับบนเตียงอย่างนึกรัก แต่ขณะเดียวกันเขาก็คิดอยากรู้เหลือเกินว่าเหตุใดหญิงสาวของเขาถึงมีเหตุให้เสียอกเสียใจถึงขนาดเมามายได้เช่นนี้

ใกล้กันแค่เอื้อมมือ เหมือนไกลกันแสนไกล

หัวใจไม่กล้าพอจะไขว่คว้า

ได้มองเธอข้างเดียว ก็ดีใจหนักหนา

ถึงแม้...เวลาจะไม่นาน

อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาตอนนี้เลยเธอ

ให้ฉันได้แอบมองเธอให้นาน

ฉันขอเก็บภาพนี้เอาไปนอนฝัน

ให้ฉันนั้นได้แอบบอกรักเธอ..

ไม่กล้าจะสัมผัส ไม่กล้าจะรบกวน

ได้เพียงอยู่ใกล้เธอ..และเหม่อมอง

ได้ยินบ้างหรือเปล่า...หัวใจมันร่ำร้อง

ว่ามัน.....มันรักเธอเพียงใด

ได้ยินบ้างหรือเปล่า

หัวใจมันร่ำร้อง

ว่ามัน..

มันรักเธอเพียงใด

(** Clash เจ้าหญิงนิทรา**)

ไชยยงค์เดินออกจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา หากเป็นหญิงสาวคนอื่นเพียงตื่นมาและสบตาคงนึกอยากให้เขาโอบกอดและรักเธอเหล่านั้น แต่หาใช่อัญญารัตน์ที่นอนหลับลึกเหมือนไม่เคยใส่ใจในตัวตนของเขาเลยด้วยซ้ำ 

ชายหนุ่มค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงที่ขอบเตียงเบาๆ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนอัญญารัตน์ มือหนึ่งมีผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆ เขาคลี่ผ้านุ่มและเช็ดผิวกายให้หญิงสาวอย่างทะนุถนอม.....

ขอโทษนะครับ. เขากล่าวออกมาเชิงขออนุญาต ไม่ว่าอัญญารัตน์จะยินยอมหรือไม่แต่เขาก็ถือว่าหญิงสาวไม่ปฏิเสธ...

เขาค่อยๆ เช็ดใบหน้าให้อัญญารัตน์แผ่วเบา ฝ่ามือหนาที่อยู่ใต้ผ้าขนหนูผืนนุ่มสัมผัสได้ถึงผิวกายที่ละเอียดและรุ่มร้อนของหญิงสาว

ผมไม่ได้ล่วงเกินคุณนะ สาบานได้เลย... แม้การกระทำกับคำพูดจะคัดค้านกันเองในตัวของมัน แต่เขาก็กึ่งคล้ายเหมือนฝันหวานในช่วงเวลาเหล่านั้น เมื่อจัดแจงเช็ดตัวเสร็จสรรพ จึงค่อยๆ เอนตัวนอนเคียงข้างอัญญารัตน์ เขาใช้ฝ่ามือหนึ่งยันศีรษะตัวเองไว้เพื่อจะได้ตะแคงมองดูคนที่เขารักให้นานเท่านาน

คุณอัญครับ..... เขาเรียกหญิงสาวข้างกายเหมือนเพ้อฝัน เมื่อความรู้สึกอยู่เหนือความคิด มือของเขาค่อยๆ สัมผัสใบหน้าคนที่หลับใหลข้างกาย

ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใคร... ฝ่ามือร้อนผ่าวค่อยๆ เรียนรู้ร่างกายอัญญารัตน์ เขาไล้ปลายนิ้วตั้งแต่ใบหน้าเรียวสวย ปลายจมูกโด่งและริมฝีปากที่ทำให้เขารู้สึกละลายได้ทุกโมงยาม สัมผัสแผ่วไหวตามลาดไหล่ เมื่อไออุ่นจากอัญญารัตน์เหมือนแม่เหล็กดึงดูดให้เขาขยับกายใกล้ชิดหญิงสาวมากขึ้น

เขาสวมกอดอัญญารัตน์ไว้ในอ้อมแขนแผ่วเบา หัวใจเต้นตุบตุบเหมือนจะขาดรอนๆ เมื่อหญิงสาวเองก็พลิกตัวเข้ากอดและบดเบียดกายกับอ้อมอกของเขา.

เมื่อความปรารถนาของเขาเริ่มขยายตัวขึ้น เขาเริ่มรู้สึกอยากสัมผัสเธอให้มากกว่านี้ อยากให้หญิงสาวเรียนรู้ร่างกายของเขาให้มากขึ้นอีกนิด เขาค่อยๆ ขยับปลายจมูกดอมดมเรือนผมอัญญารัตน์.

เขาพลิกกายขึ้นเหนืออัญญารัตน์ไว้เสียครึ่งหนึ่ง และค่อยๆ กระหวัดกายหญิงสาวที่อยู่ใต้ตัวของเขาให้แนบชิดกับลำตัวมากขึ้น อัญญารัตน์โอบกายเขาไว้และพึมพำออกมาแผ่วเบา...

...ยังไงอัญก็เป็นคนรักให้คุณไม่ได้ใช่มั้ยคะ.....

ไชยยงค์ทวนประโยคที่แว่วยินเมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกวูบหวิวเมื่อคิดว่าหญิงสาวเอ่ยถามเขาเช่นนั้นหรือ

...ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ผมรักคุณนะ...

มันไม่มีทางเป็นไปได้ใช่มั้ยคะ....เพราะคุณ...ไม่... หญิงสาวตัวสั่น เบียดซุกไซร้ไชยยงค์คล้ายต้องการความรัก

ว่าไงนะครับ...

.....เพราะ...คุณ...เมย์...ไม่รักใคร....นอกจาก...ธัญ...

ผู้ที่ตกในภวังค์มึนเมามักพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจเสมอ ไชยยงค์ถึงกับสะอึกคำพูดของหญิงสาว.........

.....แม้จิตใจจะแสนสับสนแต่เขาก็รู้ดีว่าควรตอบอย่างไร อย่างน้อยก็เพื่อให้คนในอ้อมกอดได้ฝันดีในคืนนี้

จะเป็นแบบนั้นได้ไงครับ ผมรักคุณอัญนะ รัก....รักมาก....

เขากอดเธอไว้แนบแน่นพร้อมคำถามที่อยู่ในใจมากมาย

ตอน 22

แม้สัมผัสหนักแน่นนั้นจะบังเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจหากกลับปรากฎมโนจิตเป็นภาพสาวน้อยที่ชื่อเมริสา สัมผัสที่รับรู้ได้เพียงชั่วครู่ตอกย้ำให้รับรู้ถึงความแตกต่างและความรู้สึกที่ได้รับยิ่งนัก

... มันช่างแตกต่างเสียจนหญิงสาวนึกแปลกใจ ... เหตุใดรสจูบจากชายหนุ่มไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกกับเธอเลยแม้เพียงความหวามไหวเพียงนิดยังหามีไม่

คงเหลือไว้แต่เพียงเสียงหอบหายใจของไชยยงค์ ดวงตาของเขานั้นฉ่ำปรือไปด้วยความซาบซึ้ง รุ่มร้อน และความปรารถนาที่มีต่ออัญญารัตน์ทำให้เขาอดใจไม่ได้ที่จะสบตาหญิงสาว เพียงเพื่อต้องการจะสื่อให้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาที่อัดแน่นอยู่ในกาย

อัญญารัตน์ยกมือเรียวของเธอขึ้นประคองใบหน้าชายหนุ่ม เธอสบตาเขาและไล่สายตาสำรวจทั่วใบหน้า เพ่งพินิจดูคิ้วหนาดก ดวงตาคมกล้าที่เว้าวอน จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากแข็งแรงที่รินรดลมหายใจอุ่นจัดอยู่แผ่วเบา

หากแต่หญิงสาวกลับนึกถึงแต่สัมผัสอันไหวหวั่นของเมริสาในคราก่อน เธอหลับตาลงนึกหวังว่าจูบนี้คงทำให้เธอรู้สึกเหมือนครั้งนั้นได้แล้วจึงค่อยๆ จูบไชยยงค์ด้วยริมฝีปากบางของเธอ

..อ๊ะ.. คุณอัญครับ..อ่ะ อืมม.. แค่สัมผัสเบาๆ นั้นเองก็เล่นเอาไชยยงค์แทบละลาย ความร้อนรุ่มและตราตรึงเกินกว่าประสบการณ์ร่วมรักกับสาวใดที่เขาเคยพบผ่าน เสมือนจิตวิญญาณที่ล่องลอยไปไหนต่อไหน เขาไขว่คว้าโอบกอดอัญญารัตน์ไว้คล้ายสิ่งยึดเหนี่ยวให้เขาไม่ทะลักทะลายระเหิดหายไปในอากาศ

กลับมีเพียงฝ่ามือเรียวเล็กที่ค่อยๆ ดันเขาออกห่าง หญิงสาวมองหน้าไชยยงค์ ความรู้สึกหลากหลายสารพัดที่อัดแน่นในความคิดของอัญญารัตน์ แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจเลย เหตุใดกันหนอ.... เพราะอะไรกัน ทั้งที่นี่คือครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสเช่นนี้กับบุรุษเพศ

แต่ทำไมเล่าที่จูบนี้มันช่างไร้ความรู้สึกใดๆ ไม่เหมือนคราวกับสาวน้อยคนนั้นสักนิด!!!

เส้นผมสวยที่สยายคลอเคลียกับอ้อมแขน ร่างเล็กที่นอนหลับใหลในอ้อมกอดนี้ช่างน่าถนอมยิ่งนัก ธัญญารัตน์หอมเรือนผมของเมริสาเบาๆ อย่างแสนรัก

อื้มมม ธัญคะ กี่โมงแล้ว เมริสางัวเงียถามคล้ายคนละเมอพร้อมกับซุกกายเข้าหาไออุ่นของธัญญารัตน์เหมือนจะไม่ยอมให้อ้อมกอดอุ่นนี้หายไปจากกายเธอ

ยังเช้ามืดอยู่เลยนะ นอนต่อได้อีกเรื่อยๆ ค่ะ ไม่ตอบเปล่า กอดเมริสาแนบแน่นแล้วโยกไปโยกมาเบาๆ เล่นเอาคนในอ้อมกอดหัวเราะคิก

โอย เดี๋ยวตายคาอกนะคะ ว่าแต่เพิ่งเช้ามืดเองเหรอคะ รู้สึกเหมือนนอนมาเป็นวันเลย

ก็ไม่แปลกนี่คะ นอน......กันตั้งแต่ก่อนเที่ยงเมื่อวาน หลับจริงๆ ก็หัวค่ำ... เราอาจจะทะเลาะกันนานไปนิดนึง ตอบทะเล้นเน้นหนักคำว่า นอน ไม่พอ ธัญญารัตน์เชยคางเมริสามาแล้วก็ฉีกยิ้มน่ารักเข้าใส่ เล่นเอาเมริสาหน้าแดงเป็นลูกตำลึง

บ้า พูดอะไร เมื่อวานเราออกไปตักบาตรดอกไม้มาต่างหาก เฉไฉไปเรื่อยด้วยความเขิน เห็นเมริสาขี้เล่นและทำทีเหมือนสาวเปรี้ยวเช่นนี้ ใครจะหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเธอเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครเขาที่ไหน อย่างมากก็แค่กอดจูบกับคนรักเก่า ซึ่งก็เท่านั้นเอง แต่เมริสาผู้ร่ำรวยประสบการณ์ภาคทฤษฎีก็มักทำใครคิดว่าเธอกะล่อนและทะเล้นไม่น้อยด้วยคำพูดคำจาทะลึ่งและเชือดเฉือนเบาๆ ได้อย่างน่ารักยิ่งนัก

ไม่น่าเชื่อเนาะ คุณเมย์เนี่ย เห็นทะลึ่งๆ แบบนั้น ที่ไหนได้... ธัญญารัตน์พูดแซวเหมือนรู้ทันความคิด เมริสาอดไม่ได้เลยพลิกตัวขึ้นทาบทับคนรัก

ที่ไหนได้อะไรคะ.... เดี๋ยวปล้ำซะเลยนะ แล้วอะไรเนี่ย บอกว่าเลิกเรียกคุณได้แล้วยังเรียกอยู่อีก นี่แน่ะ จับทำโทษๆๆๆๆๆ ซะเลย เมริสาแก้เขินด้วยการหอมแก้มธัญญารัตน์เสียเป็นชุด

โอ๋ๆๆๆ ขอยืนยันเรียกคุณเมย์ดีกว่าค่ะ น่ารักดีออก แลผู้ดี๊...ผู้ดี คุณเมย์ ฮิฮิ เอ หรือจะให้เรียกคุณหญิงเมย์ดี