ตอน 24
คล้ายมีขบวนผึ้งหลวงฝูงมหึมาบินวนเวียนฉวัดเฉวียนในวังวนแห่งความคิด อัญญารัตน์ลืมตาแล้วถึงกับบิดกายด้วยความมึนเมาที่สั่งสมในร่างกาย นึกย้อนเหตุการณ์เมื่อยามค่ำคืนพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ในหัวสมองเสียใหม่ พลันลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ
ตื่นแล้วเหรอครับ ยังปวดหัวอยู่มั้ยครับ... นั่นไงๆ ว่าแล้วเชียว ไม่ทันขาดคำ ไชยยงค์ต้องรีบกุลีกุจอหาผ้าขนหนูยื่นส่งให้อัญญารัตน์เสียวุ่นวาย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีอาการพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียน
มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่คลอเบ้า แต่สิ่งที่อยากขับไล่ให้พ้นจากร่างกายยังคงฝังแน่นในกระแสเลือด อัญญารัตน์ปรือตาสูดลมหายใจเข้าปอดให้เต็มที่ คล้ายใจสั่งได้ ชายหนุ่มรินน้ำแร่บริสุทธิ์ใส่แก้วและยื่นให้หญิงสาว.. ไม่รอช้า เธอดื่มน้ำรวดเดียวคล้ายคนแสนกระหายและยื่นคืนให้กับไชยยงค์ แต่เขากลับรินน้ำให้เธอเพิ่มอีกหนึ่งแก้ว อัญญารัตน์ยิ้มขอบคุณที่มุมปาก ก่อนที่จะค่อยๆ ยกดื่มแก้วนี้อย่างบรรจง การกระทำของไชยยงค์คล้ายจะรู้ใจ แต่หากแท้จริงแล้วกลับละม้ายคล้ายข้าทาสปรนนิบัติมหาจักรพรรดินีเสียมากกว่า...
...บังเกิดแต่ความเงียบสงัด เมื่อต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันเงียบๆ มีแต่เพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของอัญญารัตน์ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการฝืนดื่มเหล้ามากเกินไป ยิ่งเธอพยายามคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วยิ่งมืดมน เธอเผลอใจให้มากับเขาถึงที่นี่ได้อย่างไรกันหนอ หลังจากผับเลิกเมื่อคืนแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น แม้สงสัยแทบขาดใจแต่เธอก็ยังคงความเงียบขรึมและเดาใจยากเหมือนเช่นเคย
ไชยยงค์เห็นดังนั้นจึงค่อยคลายยิ้มออกมาได้ ไม่วายออกปากแซวพร้อมกับยื่นซุปไก่ขวดเล็กให้กับอัญญารัตน์
ค่อยเหมือนคุณอัญหน่อย รู้มั้ยครับ เมื่อคืนคุณพูดไม่หยุดเลย ท่าทางจะเมามากเลยน๊า เอ้า ลองดื่มนี่ดูนะครับ ผมว่ามันช่วยได้ดีทีเดียวล่ะ คล้ายจะไม่ปล่อยให้การเคลื่อนไหวไร้ประโยชน์ เมื่ออัญญารัตย์รับขวดซุปไก่ไปเขาก็หยิบผ้าขนหนูจากมือเธอเพื่อนำไปชุบน้ำเสียใหม่ก่อนที่จะส่งให้หญิงสาวอีกครั้ง
อัญพูดอะไรออกไปบ้างเหรอ อัญญารัตน์ยังไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่าใดนัก แต่ก็สงสัยใคร่รู้อยู่ดีว่าเมื่อยามตนเองเมามายนั้นจะเผลอพูดอะไรออกไป ถ้าไชยยงค์ไม่โกหกเธอคงเรียบเรียงเหตุการณ์เมื่อคืนได้จากคำบอกเล่าของเขา
......ก็พูดว่า........รัก...ผม...ไงครับ ชายหนุ่มแสร้งพูดไปเช่นนั้นหวังจะได้เห็นท่าทีเขินอายจากหญิงสาวบ้าง แต่กลับตรงข้าม เมื่ออัญญารัตน์ถึงกับสำลักน้ำออกมาทีเดียว
เหรอคะ อัญพูดงั้นจริงๆ เหรอ สงสัยจะเมาจริงๆ ด้วยนะคะนั่น แอบถอนหายใจเสียก้อนใหญ่ เมื่อเหตุการณ์ในฝันคืนวันวานคลับคล้ายคลับคลาว่าเมริสาบอกรัก ก็ได้แต่หวังว่าเธอคงไม่เอ่ยพาดพิงถึงสาวน้อยในห้วงฝันให้ใครคนอื่นได้ยินหรอกนะ
อ้าว บอกผมแบบนั้นจริงๆ นะครับ งั้นแสดงว่าผมคิดไปเองคนเดียวงั้นสิ ไชยยงค์ยังคงแกล้งอยู่เช่นนั้น หรือหากแต่การเสแสร้งแกล้งโง่ที่ทำไปก็เพียงเพื่อลบเลือนความเป็นจริงหรือเปล่า.....เมย์...ธัญ..... สองคนนั่นคือใคร แล้วทำไมคนที่อัญญารัตน์ฝันถึงจึงไม่ใช่เขา...
คิดไปเองรึเปล่า นั่นน่ะสิคะ ดูเหมือนอัญญารัตน์จะกล้าต่อปากต่อคำกับเขามากขึ้น ไม่ได้นึกกลัวเลยว่าการอยู่ในห้องสองต่อสองกับผู้ชายโดยทั่วไปแล้วมันทำให้สถานการณ์ของเธอเป็นรอง อย่างน้อยก็บรรยากาศคุกคามทางเพศเช่นใดเช่นนั้น แต่หญิงสาวกลับรู้สึกสบายใจและไม่ค่อยนึกกลัวเหตุการณ์ดังว่าเสียเท่าไหร่เมื่อเธอค่อนข้างจะไว้ใจผู้ชายตรงหน้านี้อย่างไม่น่าเชื่อ
ไชยยงค์อมยิ้มเมื่อได้ตอบโต้คำพูดกับอัญญารัตน์ เขานึกครึ้มอยากลองใกล้ชิดเธอที่มีสติครบถ้วนดูเสียที จะลองเสี่ยงดูจะเป็นไรไหม หากเขานึกไซร้อยากเข้าใกล้จริงจัง
ผมไม่ได้คิดไปเองนะครับ เมื่อคืนคุณยังให้ผมกอดเลย พูดพลางเดินเข้าใกล้เหมือนเจ้าป่าที่หยั่งเชิงเหยื่อ เมื่อเห็นอัญญารัตน์ได้แต่ทำท่าฉงนเงียบ จึงถือโอกาสเข้าใกล้โดยอ้างว่าสาธิต
แบบนี้ไงครับ ว่าแล้วเขาก็กอดอัญญารัตน์อย่างตั้งใจ ไออุ่นจากเรือนกายในอ้อมกอดยิ่งทำให้ชายหนุ่มพร่ำเพ้อ หากเขาได้รักกับอัญญารัตน์ดั่งใจฝัน เขาคงเฝ้าดูแลทะนุถนอมคนรักของเขาดุจของขวัญจากสรวงสวรรค์เลยทีเดียว
และอ้อมกอดของเขานั่นเอง ที่ทำให้อัญญารัตน์ปะติดปะต่อเหตุการณ์เมื่อคืนได้ เธอจำได้แล้วว่าเขาประคองเธอมาที่นี่ เขาดูแล....เช็ดตัว....และโอบกอดเธอไว้ตลอดคืน....ไออุ่นเมื่อคืนที่ทำให้เธอรู้สึกฝันดี...คือเขา!?
หญิงสาวคงปฏิเสธเขาไปแล้วหากความทรงจำในฝันนั้นคนที่กอดเธอไม่ใช่เมริสา!!!
ผมรักคุณนะครับคุณอัญ และคำพูดที่เขารวบรวมความกล้าอันแสนประหม่าเพื่อบอกกับเธอในยามเช้าวันนี้ก็ดูเหมือนจะผ่านออกมาจากปากเขาแล้ว ชัดเจนในสติที่ครบถ้วนทั้งสองฝ่าย
อัญญารัตน์ยังคงนิ่ง เธอหลับตาและปล่อยให้ไชยยงค์บรรจงสัมผัสดอมดมและจูบที่เรือนผมคลอเคลีย เขากอดเธอแน่นขึ้นและเบียดตัวแนบกับเธอด้วยความสิเน่หา เขาเริ่มกดกายเธอลงบนเตียงตัวใหญ่
ไชยยงค์มองหญิงสาวใต้ตัวเขาอย่างนึกรักและพยายามหักห้ามอารมณ์ดิบที่ค่อยๆ บังเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ หลายอย่างในจิตใจที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ว่าเขารู้สึกกับเธอมากมายยิ่งนัก หากครั้งนี้เขาจะสมหวังก็อยากให้นุ่มนวลเต็มไปด้วยความรักและความต้องการที่เขามีต่อเธอเท่านั้น
ผมรักคุณอัญจริงๆ นะครับ เขาค่อยๆ ก้มลงเพื่อประทับริมฝีปากบนหน้าผากของเธอ
อัญญารัตน์ไม่ได้ตอบอะไรออกไปเลย เธอไม่ได้นึกรังเกียจแต่เธอก็ไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนี้ หากจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ต่อไป และถ้ามันจะทำลายกำแพงที่ก่อตัวอยู่ในใจให้พังทลายลงได้ หรือเธอจะลอง..........
หลับตาลงกลับนึกถึงแต่เมริสา สัมผัสนุ่มนิ่มบางเบาที่เคยแตะต้องกลับยิ่งตราตรึงจดจำ รสหวานจากริมฝีปากบางในครานั้นพลันสร้างกำแพงก่อตัวสูงขึ้นไปอีก ความแตกต่างที่ขีดเส้นกั้นความรู้สึกในใจยังแข็งแกร่งยากจะทำลาย
.........ขอเวลาอัญหน่อยได้มั้ยคะ.... อัญญารัตน์เอ่ยออกมาในที่สุด เมื่อไชยยงค์กำลังจะแตะต้องเธอมากไปกว่านี้
ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเว้าวอนคล้ายกับเด็กน้อยที่ถูกห้ามไม่ให้เล่นหุ่นยนต์ตัวโปรด เขาหักห้ามความต้องการจนแทบทนไม่ไหว คล้ายอัญญารัตน์จะเข้าใจ เธอกอดเขาไว้เบาๆ
...ขอโทษนะ แต่ตอนนี้ไม่ได้.... ใช่สิ เมื่อในใจเธอคิดถึงแต่เมริสา เธอทำไม่ได้แน่หากต้องนึกถึงสาวน้อยยามที่อยู่กับไชยยงค์เช่นนี้ สัมผัสแห่งรักมันล้ำลึกยิ่งกว่าจินตนาการ เหตุผลข้อนี้เองเธอจึงยอมปล่อยกายง่ายๆ เพียงเพื่ออยากลองวัดใจคงไม่ได้
.....ผมขอโทษนะครับ.... ไชยยงค์ซุกหน้าอยู่กับซอกคอเธออย่างแสนปวดร้าว คำถามต่างๆ นานาผุดขึ้นมาในใจเหมือนกระแสน้ำที่หลั่งไหลทลายเขื่อนกั้น
...ขอโทษทำไมคะ... อัญต่างหากที่ต้องขอโทษ.... ความเสียใจของไชยยงค์กระแทกความรู้สึกผิดในใจของอัญญารัตน์ให้ตีตื้นขึ้นมา เธอเพิ่งรู้ตัวเองแน่ชัดในวันนี้ว่าเธอคงรักเมริสาเข้าอย่างจริงจัง ทั้งที่พยายามจะมีใครเพื่อทดแทนความรู้สึกหรือลืมเมริสาให้ได้ กลับยิ่งตอกย้ำ!!!
...ถ้าคุณอัญไม่คิดรักผม อย่าให้ความหวังผมเลยนะครับ เขาฝืนกายไม่ให้สั่นไหว แต่ความรู้สึกและสัมผัสยิ่งทำให้เขาต้องการจะได้รักผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเหลือเกิน เหตุใดกัน เขามีอะไรไม่ดีตรงไหน ทั้งที่ผู้หญิงที่เขาเคยรู้จักมักจะยอมพลีกายและใจเพื่อหวังให้เขารักพวกเธอ แต่ทำไมกับคนที่เขารักกลับไม่ได้ความรู้สึกเช่นนั้น!!!
...ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ.... ในตอนนี้อัญญารัตน์จะพูดอย่างไรดี จะว่าเสียดายหากเขาจะถอดใจ หรือเสียใจหากต้องไม่มีเขา หรือเพียงแค่เหงาและต้องการคนฆ่าเวลา
ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ อัญญารัตน์รู้สึกดีกับเขา และนี่เป็นครั้งแรกที่เพศตรงข้ามได้สัมผัสเธอขนาดนี้ แม้จะไม่รู้สึกดีเท่าคราวเมริสา แล้วอะไรจะดลใจให้เธอตอบเขาไปโดยไม่ได้คิด
....ถ้าสักวัน...ตอนนั้น...คุณยังอยู่กับอัญแบบนี้... .ถ้าอัญมีเวลามากกว่านี้....อัญอาจจะ...เอ่อ..ไม่รู้สิคะไชยยงค์ แต่ขอเวลาอัญได้มั้ย... เธอตอบออกไปแบบจับใจความไม่ได้หากแต่เธอกระชับแขนกอดเขาตอบ คล้ายกับว่าใจเธอก็มีเขาอยู่ลึกๆ แต่ไม่ชัดเจนก็ตาม
หากให้เวลาเธอพิสูจน์ตัวเอง หากมีเวลาอีกนิด เธอคงรู้ว่าควรเลือกเดินทางไหน
....ผมจะรอครับ..... ไชยยงค์กอดเธอแน่นกว่าเดิม แม้ความฝันจะมืดมิด แต่ระยะห่างของการเอื้อมมือคว้าก็ไม่ได้ริบหรี่ หากไม่กล้าฝันก็คงไม่สมหวัง และสำหรับความรักในครั้งนี้ เขาจะรอแม้ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรอใคร....
.....และแม้เขาจะสงสัย ว่าใครคือเมย์และธัญ แต่เขาก็ไม่อยากถามอะไรเพราะในตอนนี้เขาแค่อยากปล่อยใจนอนกอดกับอัญญารัตน์เงียบๆ ให้นานเท่านาน.............
อัญญารัตน์ที่เพิ่งอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จค่อยๆ หย่อนตัวลงนอนอีกฟากของเตียงตัวใหญ่ อีกฝ่ายดูเหมือนจะหลับสนิท หญิงสาวมองดูแฝดน้องที่นอนตะแคงหันหลังให้แล้วแอบถอนหายใจ เหตุใดพักนี้ดูเหมือนจะมองหน้ากันไม่ติด หรือเพราะเรื่องราวมันชวนให้ฝันร้ายอยู่ในความคิด ทำให้หวาดระแวงกันไป
นึกใจหายอีกครั้ง หากจะลองคิดๆ ดู ตั้งแต่ธัญญารัตน์ชักชวนเมริสาเข้ามาทำความรู้จัก ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกของเธอก็พลันแปรเปลี่ยนไปหมด จากคนที่เอาแต่เรียนไม่คบหาสังสรรค์กับใครกลับเริ่มมีความรู้สึก...ใจเต้นไม่เป็นจังหวะอย่างทรมานแต่แสนสุขใจเมื่อเมริสาแวะเวียนมาหา.....
หรือสายตาและความรู้สึกจะสื่อถึงกัน แม้เธอไม่ตั้งใจจะรู้สึกใดๆ กับเมริสาแต่กระนั้นก็ไม่ผิดอะไรหากนั่นจะทำให้ธัญญารัตน์หึงหวง.....
ไปไหนมาเหรอ หายไปตั้งเกือบสองวัน เกือบไปแจ้งความคนหายแล้วเชียว จู่ๆ ธัญญารัตน์ก็เอ่ยถามออกมากลางความคิดมืดมนของแฝดคนพี่ แท้จริงแล้วธัญญารัตน์ก็อดห่วงอัญญารัตน์ไม่ได้ ตั้งแต่เหตุการณ์วันก่อน แฝดพี่มีท่าทีไม่พอใจอะไรสักอย่าง แม้แฝดคนน้องไม่อยากคิดในแง่ร้ายใดๆ แต่ก็อดหวาดระแวงไม่ได้เช่นกัน เรื่องความรักและหัวใจมันไม่เข้าใครออกใครเลยจริงๆ
...เป็นห่วงด้วยเหรอ.... อัญญารัตน์ถามกลับไม่ตรงกับใจ แม้จริงๆ แล้วเธอดีใจเสียด้วยซ้ำที่แฝดน้องถามข่าวคราวเชิงเป็นห่วงเป็นใยได้ขนาดนี้
ก็หายไปนานผิดปกติ...ทำไมล่ะ เป็นห่วงไม่ได้เหรอไงเล่า ธัญญารัตน์ทำเสียงดังแก้เขิน
ก็ไม่เคยนึกว่าจะเป็นห่วงนี่นา เห็นแต่ห่วงตัวเองทุกที.... อัญญารัตน์พูดเองก็แปลกใจตัวเอง นี่เธอปากคอเราะร้ายได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือแท้จริงแล้วมันคือความรู้สึกในใจที่เธอกล้าพูดมันออกมา!!!
..................... แฝดผู้น้องถึงกับนิ่งเงียบไปทีเดียว ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเลยสักครั้งที่แฝดพี่จะพูดจาทำนองประชดประชันเธอเช่นนี้ แม้ความเป็นจริงเธอจะรู้ตัวดีว่าเธอไม่ค่อยจะเป็นห่วงแฝดคนพี่สักเท่าไหร่...
...... พูดเล่นน่ะ....... เมื่อเห็นน้องสาวของตนเงียบลงไปถึงได้ตระหนักดีว่าเธอเองคงพูดแรงเกินไป....อย่างนั้นหรือ ไม่หรอก เธอก็แค่พูดความจริงที่ไม่เคยคิดจะพูดก็เท่านั้น
...อัญทำให้ธัญมาโดยตลอด...........จริงๆ แล้ว.....ต่อไปนี้...อะไรที่อัญคิดว่าธัญจะทำให้ได้ก็บอกธัญบ้างนะ....... แม้จะตะกุกตะกักเหมือนคนหัดพูด แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าประโยคเหล่านั้นจะออกมาจากปากธัญญารัตน์ แฝดคนพี่ถึงกับยิ้มออกมาเบาๆ
...แหม....พูดอะไรติงต๊อง เมารึเปล่าเนี่ย นอนเถอะนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานสายนะจะบอกให้ แม้ใจจริงอัญญารัตน์แสนจะดีใจเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ถึงแม้แฝดน้องจะทำให้เธอได้หรือไม่ก็ตามแต่ เธอก็ไม่คิดหวังอะไรอยู่แล้ว แล้วเธอหวังจะได้รับอะไรจากธัญญารัตน์เล่าหรือ มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก..
นอนดีกว่าเนาะ คิดถึงเตียงนอนจัง อัญญารัตน์พูดอย่างยินดี ไม่ทันไรเธอเองก็หลับไวเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เธอจะนิทราก่อนแฝดน้อง
ธัญญารัตน์ยกแขนขึ้นก่ายหน้าผากไว้ข้างหนึ่ง นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลายครั้งที่เธอระแวงหึงหวงเมริสาจนออกอาการกับอัญญารัตน์ ยิ่งนึกถึงสีหน้าและน้ำเสียงของแฝดพี่เมื่อสองวันก่อน เธอเองก็รู้สึกผิดว่าเธอทำอย่างนั้นออกไปได้อย่างไรกัน.
อ้าว
เมื่อสองสาวต่างอุทานมาด้วยคำคล้ายกัน อัญญารัตน์ซึ่งสวมเสื้อกล้ามสีดำและกางเกงผ้ายืดขาสั้น ผมยาวเคลียบ่าถูกเกล้าไว้อย่างลวกๆ มือซ้ายถือไม้กวาด มือขวาถือถังผงก็ดูทะมัดทะแมงในคราบแม่บ้านดียิ่งนัก
เอ่อ ....คุณอัญ...ทำห้องเหรอคะ.... เมริสาเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว
.........ค่ะ มาค่ะ เข้ามาก่อน เจ้าธัญไม่อยู่ รู้แล้วใช่มั้ยคะ อัญญารัตน์ถามไปเช่นนั้น เพราะคล้ายว่าเมริสาจะรู้ว่าเธอคือแฝดคนพี่ ไม่ใช่แฝดน้องอย่างที่เคยเข้าใจผิด
ค่า พอดีนัดกับธัญไว้ว่าจะเข้ามากินอะไรกัน แต่ธัญเค้าติดงานด่วนน่ะค่ะ ธัญเค้าบอกว่าคุณอัญอยู่ ให้แวะมานอนเล่นก่อนก็ได้...
อ้อ งั้นเดี๋ยวอัญขอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนแป๊ปนะคะ รอแป๊ปนึง อัญญารัตน์พาซื่อเข้าใจว่าสาวน้อยง่วงนอนจริงๆ เสียอย่างนั้น กุลีกุจอจะรีบไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนลายการ์ตูนสุดแสนน่ารัก แต่เมริสาก็รั้งข้อมือเธอไว้เสียก่อน
ไม่ใช่ค่ะ คุณอัญ ไม่ได้หมายถึงนอนแบบนั้น... มาค่ะ กว่าธัญจะกลับคงอีกนานเลย ช่วยคุณอัญเก็บบ้านดีกว่า เมริสาพูดพลางรวบผมแล้วใช้ปากกาด้ามประจำที่เหน็บติดกระเป๋าไว้ขึ้นปักผมอย่างเก๋ไก๋
......ระวังตัวเลอะนะคะ..... อัญญารัตน์เองก็ถามไปเช่นนั้น แต่กลับยื่นไม้กวาดส่งให้เมริสา นั่นไง ไปกวาดใต้เตียงสิคะ ผมเจ้าธัญร่วงเกลื่อนเลย.....
เสมือนครอบครัวเล็กๆ ที่อัญญารัตน์ไม่นึกว่าจะได้กระทำร่วมกันกับใครอื่นนอกจากแฝดน้อง เมริสาเองที่กระตือรือร้นขยันขันแข็ง ช่วยงานบ้านอย่างไม่รู้เหนื่อยและเต็มใจเสียด้วยซ้ำ จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะแค่ปัดกวาดเช็ดถู ก็กลับรื้อนั่นรื้อนี่มาเช็ดเสียมากมาย
บอกตามตรงนะคะ ต่อให้รู้ว่าเป็นฝาแฝดกัน แต่ถ้าเจอกันโดยที่ไม่บอกก่อนก็เข้าใจผิดได้ง่ายๆ นะคะ เมริสานั่งเปิดอัลบั้มรูปสองสาวฝาแฝดที่บังเอิญเปิดตู้เพื่อทำความสะอาดแล้วเจอะเจออัลบั้มนี้โดยบังเอิญ
......ไม่ดีหรอกค่ะ โดนเข้าใจผิดบ่อยๆ... อัญญารัตน์เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อย ใจจริงอยากให้เมริสาอาบน้ำชำระร่างกายอีกคนแต่สาวน้อยปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีเสื้อผ้าใส่เสียเช่นนั้น
เมย์ว่าน่ารักดีออกนะคะ ฝาแฝดสลับตัวกันเหมือนการ์ตูนเลยค่ะ ถ้าเมย์มีฝาแฝด เมย์จะแกล้งสลับตัวกับอีกคนไปแกล้งแฟนของอีกคนนึง...ท่าทางจะสนุกดีพิลึกนะคะ.... สาวน้อยพูดไปขำไป ก็น่าลองดูนะ คงเหมือนในหนังสือการ์ตูนที่เป็นคู่แฝดสลับตัวทำรักให้วุ่นวายสนุกพิลึกเลยแหละ
......ก็อาจจะสนุกนะคะ....... อัญญารัตน์คิดในใจ สำหรับเธอแล้วการสลับตัวแบบเข้าใจผิดมันน่าสนุกตรงไหนหรือ
คุณอัญเคยเล่นสลับตัวกับธัญมั้ยคะ แบบว่าไปหลอกเพื่อนๆ หรือหลอกแฟนเก่าๆ ของธัญเค้า ประมาณนั้นน่ะค่ะ เมริสาเปิดดูอัลบั้มรูปไปเรื่อยเปื่อยพร้อมถามลอยๆ แบบไม่คิดอะไร
........... อัญญารัตน์หน้าเจื่อนไปเสี้ยวหนึ่งเมื่อความจริงที่ซุกซ่อนอยู่มีเพียงเมริสาเท่านั้นที่ไม่เคยรู้
เคยหลอกแน่ๆ เลย แล้วก็แอบไปขำกันเองใช่มั้ยคะ เมริสาคิดเองเออเองเสียเสร็จสรรพโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเลย
............คุณเมย์....ชอบธัญ....ตรงไหนคะ ทำไม...ไม่ชอบผู้ชาย.....น่ารักอย่างคุณเมย์น่าจะมีผู้ชายมาชอบเยอะนะคะ แล้วทำไม....ถึงมาคบธัญ... ไม่รู้ว่าอะไรจะดลใจให้อัญญารัตน์เกิดใคร่รู้ถึงเหตุผลในความรักนั้น ในคำถามช่างเต็มไปด้วยเหตุผลลึกในจิตใจ เธอหวังจะได้รับคำตอบเช่นใดกันนะ
..อ๊ะอ๊ะ ธัญให้คุณอัญมาหลอกถามแหงๆ เลย มิน่า ไล่ให้เมย์มารอที่ห้องก่อน... เมริสาแสร้งได้สมบทบาทเมื่อเธอเองก็เขินที่จะตอบคำถาม เรื่องอย่างนี้ใครเขาบอกกันเล่า
....อ้าว รู้ทันแบบนี้แย่เลย เนี่ย เจ้าธัญว่าถ้าถามได้จะเลี้ยงข้าวนะคะ อัญญารัตน์เองที่เหมือนจะมีคำพูดคำจาไว้ต่อปากต่อคำกับเมริสาบ้าง เล่นเอาสาวน้อยหัวเราะคิก ก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งเมื่อนึกถึงคำถามเมื่อครู่
.....ธัญเค้าน่ะ......ทะเล้นทะลึ่ง แต่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสนุกสนาน........บางทีเมย์เครียดจากงานหรืออะไร ต่อให้ธัญเองจะเครียดหรือเหนื่อย แต่เค้าก็ทำให้เมย์ยิ้มได้เสมอนะคะ...... คุณอัญรู้มั้ย..... ธัญน่ะ เค้าเหมือนด้านแห่งความสดใส ร่าเริง.......แม้บางครั้งจะขี้หึงเหมือนเด็กๆ หรือชอบน้อยใจบ่อยๆ.....................จนบางครั้ง......ที่เมย์เผลอคิดไปว่าธัญเค้าจะเอาจริงเอาจังหรือจะปกป้องเมย์ได้มั้ย เพราะอย่างน้อย เราก็ผู้หญิงทั้งคู่นี่คะ เมย์เองก็ไม่เคยเชื่อว่าเราจะรักกันได้ แต่ธัญก็ทำให้เมย์มั่นใจ..... เมริสาเล่าถึงตรงนี้แล้วก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหตุการณ์ในความทรงจำมันอาจเป็นเรื่องน่าละอายแต่ก็แฝงความน่ายกย่องในการกระทำของอีกฝ่ายยิ่งนัก
เมย์ไม่รู้จะเล่าเรื่องนี้ให้คุณอัญฟังดีมั้ย แต่คงไม่เป็นไรมั้งคะ คือเมย์ตกหลุมรักธัญเค้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ก็ตอนที่เค้าไปช่วยเมย์ไว้ในผับน่ะค่ะ
...อะไรนะคะ...??? อัญญารัตน์ที่ตั้งใจฟังถึงกับเอ่ยถามออกมาอย่างตกใจ เมื่อเหตุการณ์ที่ว่ามันช่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน
วันนั้น... เมย์มีงานเลี้ยงกับซัพพลายเออร์น่ะค่ะ หัวหน้าของเมย์เห็นว่าวิศวะของฝ่ายนั้นยังวัยรุ่นๆ อยู่เลยให้ชวนพวกเค้ามาฉลองกันที่นี่ พวกเค้าก็แลดีใจและอยากมาเที่ยวราตรีต่างจังหวัดอยู่แล้ว........คุณอัญ... อย่าเล่าให้ธัญฟังนะ... คือจริงๆ แล้วซัพพลายเออร์คนนั้นเค้าออกทอมๆ หน่อยน่ะค่ะ เมย์ก็รู้แล้วล่ะว่าเค้ามองเมย์แบบแปลกๆ แต่ไม่อยากคิดอะไรมาก ธัญเค้าก็เตือนบ่อยๆ ว่าระวังอย่าเล่นด้วยมากเกินไปเพราะอีกฝ่ายเค้าอาจจะไม่ได้คิดเล่นๆ เหมือนที่เราคิด จนวันที่เที่ยวกันนั่นแหละค่ะ.............
เมริสานิ่งเงียบไปอีกนาน ดวงตาเป็นประกายรื้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ภาพที่ธัญญารัตน์ปรากฎตัวหน้าประตูห้องน้ำ และฉัตรวีที่โผเข้าหาแต่ธัญญารัตน์ขืนตัวกันไว้ก่อนจึงทำให้วิศวกรคนนั้นโมโหจัด
เค้าคนนั้น เค้า...กะจะมอมเหล้าเมย์แต่เค้าเมาเอง ทีนี้... เมย์ไปส่งเค้าที่ห้องน้ำ แต่เค้า...เค้ากลับฉุดเมย์เข้าห้องน้ำ.... เมย์พยายามขัดขืนเค้าแล้ว.... แต่....คุณอัญรู้มั้ยคะ........ถ้าธัญไม่มาตอนนั้นเมย์คงแย่...
อัญญารัตน์ที่ตั้งใจฟังอย่างนิ่งเงียบ นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เธอเจ็บตัวคราวนั้น สีหน้าของเมริสาที่ออกมาจากห้องน้ำในตอนนั้นมันทำให้เธอรู้สึกเจ็บเพียงไร ........เจ็บ.......... เจ็บใจยิ่งกว่าถูกทำร้ายเสียอีก
ตอนนั้นแหละค่ะ ตั้งแต่วินาทีนั้นเองที่เมย์ไม่คิดจะเก็บคำว่ารักเอาไว้อีกแล้ว คุณอัญเชื่อมั้ยคะว่าผู้หญิงกับผู้หญิงก็รักกันและปกป้องกันได้ เหมือนที่ธัญเค้าปกป้องเมย์ไงคะ ..........เมย์ว่า....ความรักไม่จำเป็นว่าชายจะต้องคู่กับหญิงเสมอไปหรอกนะคะ
.........ก็ถูกอย่างที่คุณเมย์ว่าน่ะค่ะ........... อัญญารัตน์ตอบเหมือนไร้วิญญาณ
พร้อมกับตอกย้ำตัวเองอีกครั้งว่าควรปล่อยให้เมริสาเข้าใจเช่นนี้ตลอดไปคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย