2007/May/16

วันที่ 7 (วันที่ 11 พฤษภาคม 2550) The Great Ocean Road trip

วันนี้เป็นวันแรกของการเดินทางมาเที่ยว Melbourne ที่จะต้องไปไหนมาไหนเองตามลำพังโดยปราศจากเพื่อนไกด์เจ้าถิ่น.. ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า "เฮ้ย จะต้องขึ้นรถไฟสักกี่โมงดีวะ" "แล้วไปคนเดียวก็ต้องพกพาสปอร์ตติดตัวตลอดนะ" "ถ้ามีปัญหาอะไรติดต่อพวกกุเบอร์นี้นะ" ฯลฯ สารพัดความเป็นห่วงจากผองเพื่อน ก็อดคิดไม่ได้ว่า 6 วันที่ผ่านมาคงทำตัวให้พวกมันเป็นห่วงมากมาย.. ซะงั้น

เพราะพวกเพื่อนๆ ก็มีงานจะต้องทำ โชคดีที่ 5 วันแรกเป็นช่วงวันหยุดเทศกาล Easter เลยพาพวกเราเที่ยวได้ เมื่อรู้ดังนี้ก็เลยเกิดความคิดว่า เพื่อนพาเที่ยวไม่ได้แล้ว ซื้อทัวร์เที่ยวกันดีกว่า..

และสิ่งที่ทุกๆ คนแนะนำกันจังว่าถ้ามา Melbourne ควรจะไป The Great Ocean Road!!!!!

คนเราเมื่อถูกกรอกข้อมูลอะไรใส่ลงไปในหัวมากๆ มันก็เกิดความอยาก.. รู้...อยาก...เห็น ชิเมะ! นั่นแหละ จากความขวนขวายส่วนตัวของข้าพเจ้า ก็ถามไถ่เพื่อนๆ แต่มันก็ปฏิเสธจะพาไปกันหมด เพราะต้องมีรถส่วนตัวและระยะทางขับขี่ที่ยาวไกลบวกกับถนนที่คดเคี้ยวยิ่งกว่าขึ้นเขาไปเชียงราย...

บังเอิญที่วันก่อนเดินเล่นในตัวเมือง Melbourne ผ่านบริษัท Day Tours ก็เจอทัวร์ที่ว่านี่พอดี!!!!

Special price on Wednesday only!!!! The Great Ocean Road!!! just 100$!!!!!!!!!!!!!!

โอ๊ะโอ้... The Great Ocean Road 100 เหรียญว่ะเว้ยเฮ้ย!! นั่นแหละ เห็นแบบนี้เลยรีบจองไปแบบไม่รอช้า เพราะเงินจะหมดแล้ว ขืนไม่รีบจองทัวร์คงได้ซื้อของอย่างอื่นหมดก่อนแน่ สรุปเมื่อวานนี้เลยตัดสินใจจอง The Great Ocean Road ราคา 100 เหรียญ และ ทัวร์ไป Wildlife & Ballarat อีก 120 เหรียญ (อีบัลลาแรตเนี่ย ไม่ได้อยากไปหรอก แต่เพื่อนอยากไป..แถมแพงอีกตะหาก เอาวะ)

สรุป 2 ทัวร์หมดไป 220 เหรียญ (อย่าคูณเงินไทยเชียว สามารถเที่ยวเกาะพะงันค้างคืนได้ 3 วันแน่ะ ฮือๆ) อ้อ ลืมบอกไป ที่จองไปเป็นทัวร์แบบ ไปเช้า-เย็นกลับในวันเดียวกันนะ เหนื่อยตายชักเลย!

เออ บ่นมามากพอล่ะ เริ่มเลยดีกว่า สำหรับการเที่ยวโดยลำพังในวันนี้...

จากปกติที่จะขึ้นรถไฟที หรือเดินออกจากบ้านทีก็ต้องมีเจ้าถิ่นคอยนำ แต่วันนี้ต้องไปเองหมด ทัวร์นัดเจอกันที่หน้าบริษัท ราวๆ 8.15 ซึ่งจะออกเดินทางจริงกันตอน 8.30น. ก็รีบตาเหลือกตื่นนอนซะตั้งแต่ 6.00 น. เพราะต้องจับรถไฟเที่ยว 7.15 ให้ทัน (ตามคำสั่งเพื่อน บอกว่าเมิงไม่ต้องกระแดะรีรอไปขึ้นรถไฟรอบ 7.30 เลย ถ้ามีอะไรผิดพลาดตกทัวร์กุจะหัวเราะให้ NO REFUND นะเมิง....)

เดินออกจากบ้าน 7 โมงไปขึ้นรถไฟตามปกติ (ซึ่งที่ผ่านมาเราจะขึ้นที่ platform no.2 ซึ่งสถานี Armadale มีทั้งหมด 4 platform) ((นี่ยังถือว่าน้อยนะคะ ถ้าสถานีหลักอย่าง flinder st. นี่ จำไม่ผิดจะมีถึง 13 platform แน่ะ เล่นเอาตาลายเลย))

ก็นั่งเก๊ก รอรถไฟกัน...อยู่ 2 คน คิดเหมือนกันว่าทำไมมันเงียบ....วังเวงจังหว่า...มองนาฬิกา 7.13 น. แล้วนะเนี่ย..

รถไฟขบวนแรกผ่านไปโดยที่ไม่จอด..เอ..มันแปลกๆ ว่ะ ข้าพเจ้าเลยตัดสินใจว่าควรจะวิ่งขึ้นไปดูจอมอนิเตอร์อีกครั้ง (วิ่งตามทางสโลปขึ้นในรูปแหละ)

"เฮ่ย รอกุแป๊ป เดี๋ยวกุวิ่งขึ้นไปดู platform แป๊ปนึง" สั่งเสียเพื่อนเสร็จ ก็วิ่งไปดูตารางรถอีกครั้ง บังเอิญเจอเจ้าหน้าที่พอดี

"Excuse me!!" ได้ยินแว่วๆ ว่าเจ้าหน้าที่ตะโกนเรียก แต่สมองยังไม่รับฟังภาคภาษาอังกฤษเลยยืนเอ๋อพักใหญ่

"Excuse me! would you like to go to the city?" เริ่มจับใจความได้ล่ะ คำว่า ซิตี้ๆๆ นี่แหละ

"Er, yeah we will go to the city, how can I take the train?" ภาษาอังกฤษงูปลาๆ ไปอีกแล้ว แต่ได้คำตอบมาอย่างน่าพอใจ..ว่า

"You take the wrong platform, the train to the city is No.1! justa minute left, hurry up."

กรี๊ดๆๆๆๆ นี่เราขึ้นรถผิดอีกแล้วหรือนี่!!!!

แต่ก็ยังดีที่ทันเวลา อีเพื่อนกะเราวิ่งกระหอบกระหืดมารอที่ platform no.1 อย่างขำๆ ฝรั่งบางคนก็มองเราแบบ 'ตะกี้เห็นมันอยู่ no.2 นี่หว่า สงสัยขึ้นรถผิดแหงๆ โง่ชิป'

ถูกเป็นศิษย์ ผิดเป็นครู!!!! หลังจากอาศัยใน Melbourne มาได้ 7 วัน เจอเหตุการณ์ขึ้นรถไฟผิดไป 3 ครั้ง คิดว่าช่ำชองแระ หากฟ้าใหม่โอกาสดีได้มีสิทธิ์มาอาศัย คงไม่มีผิดพลาดอีก! มั้งนะ...

และแล้วก็เดินทางมาถึงหน้าบริษัท Day Tours ได้อย่างสบายๆ ประมาณ 7.45 น. (สงสัยจะออกเร็วไปนิด ก็เลยเรียนรู้อีกแล้วว่าพรุ่งนี้ตื่นสายกว่านี้ได้นิดหน่อย) ก็แวะซื้อขนม+น้ำกินที่ 7-11 (มีทั่วโลกจริงๆ) เกิดอาการเปิ่นเล็กน้อย เมื่อหาเศษเซนต์และเหรียญดอลลาร์ออสซี่ให้แคชเชียร์ แต่ควักเศษทั้งเงินไทยเงินออสรวมกัน แคชเชียร์ก็จะหยิบเหรียญบาทไปซะอีก...(ก็งงตัวเองเหมือนกันว่าจะพกเหรียญไทยมาทำไมฟระ)

Check-in กับ Day Tours เรียบร้อยแล้ว (เจ้าป้างี่เง่ามากๆ เป็นป้าแก่ๆ หนังเหี่ยวๆ ที่ไม่ค่อยจะมีเซ้นส์สักเท่าไหร่ ตอนจ่ายเงินให้เค้า ค่าใช้จ่ายคนละ 220$ เราก็ให้ไปคนละ 300$ แล้วแค่อยากให้ป้าแกแยกทอนให้พวกเราคนละ 80$ งงแมะ คือแค่แยกบิลเอง ก็บอกป้าไปว่า

"separatedbill"

ป้ายังมีหน้ามาบอกว่า "you make me confuse"

โอ้.. แค่นี้งงเหรอ แบบนี้ป้ามาอยู่ประเทศไทยไม่ได้แน่ๆ.. (เอ๊ะ คนอื่นอ่านแล้วงงเหมือนป้า หรือว่าข้าเองที่งง หรือว่าศัพท์ที่ใช้มันพิกลกันหว่า??) สรุปคือยัยป้าให้เราจ่ายรวมกัน 2 คน 440$ ว่าง่ายๆ คือเราต้องไปหาเงินแตกแล้วมาทอนกันเอง...

นั่นแหละ คงไปถึงบริษัทฯ เช้าเกินไป ประตูบริษัทฯ ยังเปิดไม่เต็มที่.. เรา 2 คนก็เช็คอินกันไป รอสอบถามยัยเจ๊ป้าไป ไม่นานนัก คงได้เวลาทำการแล้วมั้ง เจ๊ป้าเลยเอ่ยปากใช้ "Anybody open the door for me please?"

อืม ด้วยความเป็นคนไทยมีน้ำใจอยู่แล้ว ก็เปิดให้ แม้ไม่ได้รับคำขอบคุณสักคำ!!! เออ ให้ได้งี้สิ เค้าใช้ anybody นี่หว่า ไม่ได้ใช้กรู......

ขึ้นนั่งบนรถบัสด้วยความตื่นเต้น ตอนแรกนึกว่าจะเหมือนเมืองไทย คือมีไกด์คนนึง คนขับรถอีกคนนึง แต่ที่นี่ ไกด์และคนขับรถเป็นคนเดียว ไกด์ขับรถไป พูดบรรยายไป เราฟังไม่ออก...

ตารางทัวร์แจ้งว่าจะใช้เวลาเดินทาง โดยออกจากตัวเมือง 8.30 น. และกลับมาถึงตัวเมืองอีกครั้ง 20.30 น. ไม่น่าเชื่อว่าพวกเค้าตรงเวลากันจริงๆ เพราะอย่างไร เราไปดูกันดีกว่า...

ออกจากหน้าบริษัทฯ 8.30 น. ตรง มุ่งสู่ถนนใหญ่ออกนอกเมืองไป The Great Ocean Road แวะดื่มน้ำชา+กาแฟที่ชานเมืองเสียก่อน บรรยาศดีมาก ให้ความรู้สึกคนละแบบกับตัวเมืองเลย ร้านกาแฟติดทะเล มีฝนปรอยๆ เล็กน้อยในยามเช้า แม้จะหวั่นใจกลัวว่าฝนจะตกตลอดวันในทริปนี้ แต่ก็บรรยากาศดีจริงๆ นะ อากาศก็หนาวมากๆ ด้วย โชคดีที่ในตารางทัวร์บอกให้เตรียมเสื้อกันฝนกันลมมา เราก็เล่นซะเต็มที่ (แต่ดันใส่กางเกงขาสั้น เพราะกะลงทะเล!!!) สรุปว่าหนาว..

จากนั้นขับรถอีกราวๆ 2 ชม. ผ่านเส้นทางเลี้ยวลดคดเคี้ยว นั่งหลับไม่ลงซะแล้ว เส้นทางพอๆ กับขึ้นเขาจากเชียงใหมไปเชียงรายยังไงยังงั้น... เพื่อนเกิดอาการเมารถ....และก็มาถึงปากทางเข้า The Great Ocean Road จนได้ ชักรูปอีกใบเพื่อบอกใครต่อใครว่า...ข้ามาแว้วววว!!!!! ไกด์บอกว่าให้ลงไปถ่ายรูปและเดินเล่น ให้เวลา 10 นาทีมาเจอกันที่รถ

แวะลงไปเล่นน้ำแถวๆ นั้นและเก็บภาพอีกด้วยความดีใจกับธรรมชาติอันแสนงดงาม หาดทราบเป็นสีขาวนุ่มนิ่ม น้ำทะเลเป็นสีน้ำเงินเข้ม สมกับที่เป็นทะเลที่ติดกับมหาสมุทร...ถ่ายรูปเพลินจนลืมเวลาที่ไกด์บอกว่า ให้ลงไปเก็บภาพ 10 นาที

ซึ่งนอกจากกลุ่มเราแล้วก็มีญี่ปุ่นอีก 3 คนที่เพลินกับเวลาเช่นกัน ไกด์ฝรั่งเดินลงมาตามพวกเรา พร้อมสีหน้าบูดบึ้ง.. มือไม้ก็ชี้ที่นาฬิกา ทำท่าโกรธหน้าดำหน้าแดง... เล่นเอาคนหน้าเหลือง...จ๋อยไปเลย...

จากจุดปากทางเข้า ขับขึ้นเขาไปอีกเกือบ 2 ชม. ราวๆ เกือบเที่ยง.. แวะปล่อยให้พักทานอาหารและถ่ายภาพแถวๆ นั้นอีกนิดหน่อย ไกด์บอกว่า ให้เวลา 1 ชม. แล้วมาเจอกันที่รถตอน 13.00 น. พวกเราไม่กล้ากินของหนัก เพราะกลัวอ้วก (เมารถ) ก็เลยกินไอติมก้อนละ 4$ (แพงโคด กิน topfive ได้สบายๆ) และก็ถ่ายรูปเล่นแถวๆ นั้น แม้จะเที่ยงแล้วแต่อากาศก็ยังหนาวอยู่นะเนี่ย..

เดินเล่นถ่ายภาพได้ไม่นาน มองนาฬิกา ห่า!! นี่พวกเราต้องไปรอรถก่อนนะเนี่ย ไม่งั้นเดี๋ยวท่านดุอีก และก็เห็นอีกหลายกลุ่มเหมือนกันที่มานั่งยองๆ รอรถ คงกลัวโดนลุงดุล่ะมั้ง...

ขับรถฝ่าถนนที่เต็มไปด้วยโค้งนับพัน คนขับรถคล่องทางมาก ขนาดทางโค้งหักศอกพี่แกยังดริฟต์รถบัสให้พวกเราที่พยายามจะหลับได้เด้งซ้ายทีขวาที...ผ่านชั่วโมงอันทรมานจนไปถึงสิ่งที่รอคอย

Twelve Apostles --------- โคตรหิน 12 ก้อน!!! แปลเอง..

จะว่าไป บนเส้นทางขึ้นเขาอันยาวไกลและถนนคดเคี้ยวทั้งหมด ตั้งแต่ปากทางเข้า The Great Ocean Road ทั้งหมดนี่ก็คืออุทยานล่ะมั้ง คล้ายๆ เขาใหญ่แต่อลังการงานสร้างจากธรรมชาติมากกว่า

จุดแรก ไกด์บอกว่า 30 นาที มาเจอกัน เอาล่ะวา จะไหวมั้ยเนี่ย มองดูจุดชมวิวต่างๆ เดินกันให้ขาลาก แต่เอาวะ วิ่งไปก็เอา.. เราวิ่งไปเก็บภาพที่ควรจะถ่ายได้ ทุกซอกทุกมุม.. เริ่มกันเลย!

เป็นที่น่าเสียดายนัก ที่ไม่กี่สิบปีมานี่ หินจาก 12 ก้อนที่เคยหลงเหลือ บัดนี้ได้ถูกมหาสมุทรพัดผ่านกัดเซาะจนพังทลายลงไป บัดนี้นับได้ 7-8 ก้อนเอง... (ไม่ได้นับหรอก แต่คนแถวนั้นเล่าให้ฟัง เราก็ไม่รู้ว่าก้อนไหนบ้างที่ถูกรวมในกลุ่ม 12 โคตรหิน)

แต่ละก้อน จริงๆ แล้วจะมีชื่อที่มาที่ไปของมัน แต่เสียดาย อ่านไม่ทัน..(ตอนนี้กำลังพยายามหาข้อมูลอยู่ แต่หาทางเน็ตไม่ได้เลย ใครมีก็ขอเอื้อเฟื้อหน่อยเถอะนะเจ้าคะ)

เชื่อรึยังว่าเดินไกล นู่น..จุดชมวิวอยู่ลิบๆ ริมหน้าผาโน่น..กว่าจะหาจุดถ่ายรูปได้ก็วิ่งกันหอบ!

นี่อีก 2 ก้อน

ขับรถต่อไปอีกจุดหนึ่ง มาชมส่วนที่เหลือ..ไกด์ให้เวลา 15 นาที

ดูภาพแล้วนึกอยากปีนขึ้นไปนั่งบนไอ้ก้อนนั่นจัง.. มันคงโดดเดี่ยวดีพิลึก ลองคิดสิ ถ้าสมมุติเครื่องบินตกแล้วคุณต้องไปตกบนเกาะร้างกลางมหาสมุทรแบบนั้น ต่อให้กระโดดลงมาก็ไม่มีหาดให้ขึ้นจะทำยังไงดี???

อันนี้ ชื่อ The Razorback ก็ไม่ได้อ่านรายละเอียดมากนักว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง แค่เผอิญถ่ายรูปไว้แล้วติดป้ายชื่อมันล่ะ ก็เลยรู้ว่ามันชื่อนี้ แฮ่ๆ ถ้าให้เดาคงเป็นเพราะความเรียบเนียนของหน้าผาที่ถูกมหาสมุทรกันเซาะจนเป็นพื้นผิวเนียนๆ ล่ะมั้ง (รูปมันเล็กอ่ะนะ ถ้าดูภาพเต็มๆ จะเห็นว่าเนียนเหมือนยิงเลเซอร์)

อันนี้จำได้ ชื่อ Two Survivors (ดูป้ายเล็กๆ) The Lorge Arch Gorge (เขียนผิดรึเปล่าไม่แน่ใจ จำเอาล้วนๆ)

เสียดายมากที่มีบันไดให้ลงไปถึงหาดและมองเห็นความอลังการได้ แต่เวลามีจำกัดเหลือเกิน กลัวจะถูกมองด้วยสายตาหยามเหยียดอีกเลยไม่ได้ลงไปชม..เฮ่อ เลยได้แต่ถ่ายจากเบื้องบน นึกฝันว่าเอาเท้าไปสัมผัสความเย็นฉ่ำของหาดทราบแห่ง 2 ผู้รอดชีวิต (จำได้เลาๆ นะ อ่านว่าทำไมถึงชื่อ two survivors คล้ายๆ ว่าแต่ก่อนมีโจรสลัดแล่นเรือผ่านช่องแคบเนี่ยแหละ แล้วมาจอดเทียบท่าตรงหาดนี้แล้วก็อาศัยหาดนี้เป็นถิ่นฐานพักรบ) <--- เดาๆ เอานะ อ่านแว่บๆ จริงๆ

ราว 16.30 ก็แวะลงเขามาที่ Port Campbell ให้โอกาสท้องได้พักผ่อนด้วยการหาซื้อเบอร์เกอร์ ฯลฯ junk food กินรองท้อง แต่ข้าพเจ้าไม่ขอรองท้องล่ะ ขอถ่ายรูปอย่างเดียว..(อิเพื่อนหนีไปหาเบอร์เกอร์กินแล้ว)

โว้ว เย้ๆๆ รองเท้าคู่นี้เที่ยวหลายที่แล้วนะ

จากนั้น ใช้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงเพื่อแวะชมจุดสุดท้ายของ The Great Ocean Road นั่นก็คือ London Bridge (ทำไมชื่อลอนดอน?? ไม่ชื่อซิดนีย์บริดจ์ หรือบางปะกงบริดจ์ก็ไม่เข้าใจ) พี่ที่ออฟฟิศเห็นรูปนี้บอกว่าเหมือนเท้าช้าง!!??? (London Bridge ไม่ได้รวมใน Twelve Apostles)

กำลังคิดว่า เพราะนี่คือประเทศออสเตรเลียสินะ ธรรมชาติ ถึงได้ถูกปล่อยให้เป็นธรรมชาติจริงๆ โดยการสร้างสรรค์จุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ซึ่งการสร้างสะพานหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของบ้านเค้าก็ดูเหมือนจะมีเกณฑ์ให้คงไว้ซึ่งของเดิมมากที่สุด

หากเป็นบ้านเราหรือ สงสัยได้มีการต่อกระเช้า หรือสะพานข้าม ให้ได้สามารถขึ้นไปเหยียบบนเกาะกลางตรงนั้นแหงๆ เหมือนโครงการกระเช้าลอยฟ้าที่ภูกระดึงไงล่ะ (ว่าแต่ตอนนี้เค้าไปถึงไหนแล้ว ไม่ได้ตามข่าวเลย)

หมดการเที่ยวชมอุทยานขนาดยักษ์ไป 1 วันเต็มๆ ประทับใจมาก หากคุณชอบธรรมชาติและมีโอกาสมาเที่ยว Melbourne แนะนำว่าต้องมา!!! ไม่งั้นจะเสียใจ... ออกกำลังกายเตรียมพร้อมกับอาการเมารถไว้ด้วย...

และแล้ว ขากลับทุกคนหลับเป็นตายบนรถบัส... กลับมาถึงตัวเมือง 20.30 น. ตรงเวลาเป๊ะ!!!! เป็นไปได้...

เหนื่อยมาก แต่สนุกสุดๆ ประทับใจสุดยอดในชีวิต...

เดินทางกลับห้องอีก ถึงที่นอนราวๆ 22.30 น. ก็หลับ.. เก็บแรงเที่ยววันพรุ่งนี้ต่อ..

ปล. ตอนแรกเพื่อนบอกว่า เมิงอย่ามาเลย Great Ocean Road เนี่ย แมร่งไกด์ขับรถจอด เอ้า ลงไปถ่ายรูป 10 นาที ขึ้นรถ ไปต่อ..... ยังงงตอนแรกว่า จะบ้าเหรอวะ มาเที่ยวก็ต้องเดินเล่นน้ำถ่ายรูปสวยๆ สิ...

...กรูเชื่อแร้วววววววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

อ่า สุดท้ายขอแถม Panorama ภาคพิสดารมี ซึนามิ สักหน่อย photo sticth พลาดไปนิด ขี้เกียจ edit ใหม่ล่ะ..อิอิอิอิอิอิอิอิ (น่าเสียดายเหมือนกัน ถ้าตัดต่อเนียนๆ กว่านี้คงสวยพิลึก..)

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ผมกับเพื่อนที่ทำงานเช่ารถขับไปกันเองครับ
ก็เลยเรื่อยเปื่อยลอยชายกันได้นานหน่อย
ข้อดีคือคนไม่เยอะไม่ต้องแย่งฉากถ่ายรูปกับใคร และ ... ประหยัด

ภาพถ่ายดูสดใสดีครับ ท่าทางแดดจะแรงน่าดู
แต่ถ้าไปตอนฤดูหนาว(+ฝน) ที่มีเมฆเยอะ ๆ
ภาพที่ออกมามันดูเหงาน่าดูเลย

ป.ล. ไปเจอถนนอันแสนคดเคี้ยวเลี้ยวลดสายนั้น ไม่ว่าจะนั่งรถแบบไหน
ก็สามารถเมารถได้เหมือนกันหมด
#1  by  oatato At 2007-05-18 00:13, 
แดดตอนเย็นสวยมาก ๆ
กำลังจะไปเที่ยวเหมือนกันคะ ครั้งแรกด้วย พอมาอ่านแล้ว ชอบจริงๆ เขียนได้สนุก เร้าใจมากค่ะ ทำให้รู้ว่าต้องปรับตัวไง ปรับความคิดไง การใช้ชีวิตในต่างบ้าน ต่างเมืองเรา ดูน่าสนุกดีจังเลยค่ะ
#3  by  กี้ (58.9.120.94) At 2008-04-04 11:45, 

<< Home